logo Eng
English (UK)EN
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

เลขาธิการ ก.ค.ศ. ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและขับเคลื่อนแผนบูรณาด้านการศึกษา ตามนโยบายการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนมัธยมดี สี่มุมเมือง จังหวัดนครพนม

1622021 210216 13

        วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อเก็บข้อมูลและขับเคลื่อนแผนบูรณาด้านการศึกษา ตามนโยบายการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนมัธยมดี สี่มุมเมืองของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศโดยเริ่มต้นจากการพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ ซึ่งในวันนี้คณะทำงานได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านนาคอย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2 อำเภอนาหว้า โรงเรียนนาถ่อนวิทยานุกูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 อำเภอธาตุพนม และโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 1 นครพนม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 ซึ่งทั้ง 3 โรงเรียน ถือเป็นโรงเรียนนำร่องที่จะพัฒนาเป็นโรงเรียนคุณภาพของชุมชน โดยกระบวนการที่สำคัญสำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้คือ การเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมของโรงเรียนในพื้นที่จริง การรับฟังความคิดเห็นของผู้บริหาร บุคลากรในพื้นที่ รวมถึงประชาชนในชุมชนนั้น ๆ ในส่วนของการดำเนินงานบูรณาการด้านการศึกษาของจังหวัดนครพนม ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 และเขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 สถานศึกษา ในพื้นที่ พร้อมด้วยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยนครพนม ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชิดชัย โพธิ์ศรี ดร.เกรียงไกร ผาสุตะ และอาจารย์บรรจง ภูละคร ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนโครงสร้างอาคาร การออกแบบพื้นที่ที่จะพัฒนา ทั้ง 3 โรงเรียน เพื่อให้มีความสอดคล้องกับบริบทของชุมชน ซึ่งภายหลังจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ ในครั้งนี้เสร็จสิ้นแล้วจะได้ดำเนินการสรุป วางแผนการดำเนินงาน และนำเรียนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

1622021 210216 1

1622021 210216 2

1622021 210216 3

1622021 210216 4

1622021 210216 5  1622021 210216 6 

1622021 210216 7  1622021 210216 8

1622021 210216 9
1622021 210216 10

1622021 210216 11

1622021 210216 12  

1622021 210216 14  1622021 210216 15

1622021 210216 16

1622021 210216 17

1622021 210216 18  1622021 210216 19

1622021 210216 20 1622021 210216 21 1622021 210216 22

1622021 210216 23

1622021 210216 24

 

 

ธาริณี นาคเมธี : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

 

  • Hits: 885

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ....

1

             วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ ชั้น 7 อาคารรัชมังคลาภิเษก สำนักงาน ก.ค.ศ.

            สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการพิจารณา (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 ณ โรงแรมเบลล่า บี กรุงเทพมหานคร ที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 โดยร่างหลักเกณฑ์ฯดังกล่าวได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของเหตุพิเศษ กลไกการดำเนินการ และการกำหนดปัจจัยเพิ่มพิเศษ (อัตราที่ได้รับ) และสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาจัดทำและปรับปรุงระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการให้ได้รับเงินเพิ่มพิเศษ ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 โดยได้นำรายละเอียดข้อมูลที่ได้ศึกษาจากการลงพื้นที่เพื่อดูสภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จริง (พื้นที่ภูเขาสูง) มาวิเคราะห์การพิจารณาแนวทางที่สามารถกำหนดอัตราเงินเพิ่มพิเศษให้สูงกว่าที่เสนอ เพื่อรองรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความยุ่งยากและมีภาระงานที่มีความเคร่งเครียดสูงกว่าหรือกดดันมากกว่าหรือพื้นที่พิเศษที่มีค่าครองชีพสูงกว่าพื้นที่ในเขตชุมชนเมืองและวิธีการได้รับเงินเพิ่มพิเศษ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย จึงเป็นที่มาของการจัดประชุมเชิงปฏิบัติในครั้งนี้  เพื่อจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ....  โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมประชุม

2  3

4  5

6 7

8

9

10 11

 12  13

14 

 15

IMG 6377 IMG 6422 IMG 6457

 IMG 6429 IMG 6463

 IMG 6382 IMG 6459

IMG 6433

ระพีพรรณ จวงถาวร : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

  • Hits: 1043

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2564

1

         ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2564 ในวันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

           1. เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา 

      สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้มีมติเห็นชอบเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. (ว 23/2563) และได้แจ้งเวียนให้กับส่วนราชการทราบและถือปฏิบัติ พร้อมทั้งแจ้ง คปร. เพื่อทราบแล้วนั้น ต่อมาสพฐ. ได้มีหนังสือขอชะลอการบังคับใช้เกณฑ์อัตรากำลังฯ มายัง ก.ค.ศ. โดยขอเริ่มบังคับใช้ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เนื่องจาก สพฐ. ได้จัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและสำนักริหารงานการศึกษาพิเศษ โดยพิจารณาจากความขาดอัตรากำลังข้าราชการครูในสถานศึกษา ตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ เดิม ประกอบกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้ดำเนินการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูในสถานศึกษา โดยพิจารณาตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ เดิม ทั้งในส่วนของการสรรหา และการพิจารณาย้ายข้าราชการครูในสถานศึกษาลงในตำแหน่งว่าง ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่า สพฐ. ได้ดำเนินการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ นำไปจัดสรรอัตราว่าง จากการเกษียณอายุราชการฯให้สถานศึกษาในสังกัด โดยพิจารณาจากข้อมูลความขาดอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 ตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ เดิม ประกอบกับเจตนารมณ์ของ ก.ค.ศ. ในการกำหนดเกณฑ์อัตรากำลังฯ ใหม่ (ว 23/2563) คือ เพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งมีอัตรากำลังที่เหมาะสมกับบริบท สามารถจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีคุณภาพ และเพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กให้สูงขึ้น มีครูครบชั้น ครบวิชา

        ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ของทางราชการและคุณภาพการศึกษาของประเทศ จึงให้ สพฐ. ดำเนินการบริหารอัตรากำลังในสถานศึกษาซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ เดิม จนถึงสิ้นปีการศึกษา 2563 และให้บริหารอัตรากำลังในสถานศึกษาตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ ใหม่ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป

         2. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 ราย  แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 6 ราย และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 1 ราย

       3. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู

           สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ได้เห็นชอบการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่งและทุกวิทยฐานะ สำหรับตำแหน่งครู ซึ่งเป็นการได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ ให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงกับการจัดการศึกษาในปัจจุบัน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมทั้งกำหนดลักษณะงานที่ปฏิบัติ 3 ด้าน คือ ด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามโมเดลการศึกษายกกำลังสอง ของกระทรวงศึกษาธิการ ”ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง”  จึงเป็นที่มาของการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ซึ่งได้มีการศึกษา การระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการ มีผลการวิจัยเป็นฐานในการดำเนินการ รวมถึงได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่นี้ ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์กับผู้เรียน สถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิชาชีพครู เพื่อให้ครูได้พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงขึ้นตามระดับวิทยฐานะ และทำให้กระบวนการพัฒนาผู้เรียนเกิดขึ้นจากกระบวนการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน ทำให้ครูมีแนวทางในการพัฒนาตนเองที่ชัดเจน สามารถนำผลการพัฒนามาใช้ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน  นอกจากนี้ ผู้บริหารสามารถเข้าถึงครู และห้องเรียนมากยิ่งขึ้นจะทำให้ได้รับทราบปัญหา และสามารถนำมากำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน และยังเป็นการลดกระบวนการและขั้นตอน โดยการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเป็นการลดภาระ  ในการจัดทำเอกสารและงบประมาณเกี่ยวกับการประเมิน เกิดการเชื่อมโยง บูรณาการในระบบการประเมินวิทยฐานะ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การเลื่อนเงินเดือน และการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ โดยใช้ตัวชี้วัดเดียวกัน ทำให้ลดความซ้ำซ้อน และมี Big data ในการบริหารงานบุคคลสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่นี้ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

            1. กำหนดให้ข้าราชการครูทุกคนทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นประจำทุกปี ประกอบด้วย 2 ส่วน

             ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ

             ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน

          โดยมีรอบการประเมินปีงบประมาณละ 1 ครั้ง โดยผลการประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการบริหารงานบุคคล ได้แก่ ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะใช้เป็นผลการประเมิน เพื่อคงวิทยฐานะ (มาตรา 55) และใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมินเพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือน

           สำหรับการยื่นคำขอ ให้ยื่นได้ตลอดปี ภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยหากยื่นไว้แล้ว ต้องได้รับแจ้งมติไม่อนุมัติก่อน จึงจะยื่นในวิทยฐานะเดิมได้

         2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ

             1) ต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ 4 ปีติดต่อกัน หรือมีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่ ก.ค.ศ. กำหนด กรณีลดระยะเวลาจะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ 3 ปีติดต่อกัน

             2) มีการพัฒนางานตามข้อตกลง ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 3 รอบการประเมิน ผ่านเกณฑ์

             3) ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย/จรรยาบรรณที่หนักกว่าภาคทัณฑ์ ในช่วง 4 ปีย้อนหลัง

             4) สำหรับผู้ขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ/ครูเชี่ยวชาญพิเศษ ต้องมีผลงานทางวิชาการ

          3. การประเมิน กำหนดให้มีการประเมิน 2 ด้าน

             ด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน พิจารณาจาก

                   1) แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ใช้จัดการเรียนรู้

                   2) ไฟล์วีดิทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา ที่มาหรือแรงบันดาลใจในการจัดการเรียนรู้ตามข้อ 1)

             ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน

             สำหรับวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและครูเชี่ยวชาญพิเศษ จะมีการประเมินด้านที่ 3 คือ ด้านผลงานทางวิชาการด้วย

          4. การยื่นคำขอ ให้ยื่นคำขอและหลักฐานประกอบการประเมินผ่านระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA)

         5. เกณฑ์การตัดสิน ในแต่ละด้านต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 สำหรับการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ร้อยละ 75 และร้อยละ 80 สำหรับการขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ และครูเชี่ยวชาญพิเศษ ตามลำดับ

      โดยหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้ จะประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564

          ทั้งนี้ ผู้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เดิม (ว 17 , ว 21) สามารถดำเนินการคู่ขนานโดยยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์เดิมได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 และผู้ที่ประสงค์จะยื่นประเมินตามหลักเกณฑ์ใหม่ สามารถยื่นได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

 

2

3

4

6

 5

IMG 6014 8

9 10

11 12

IMG 6081

S 129892362

 

ระพีพรรณ จวงถาวร : ภาพ

ธาริณี นาคเมธี : ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่  :  Editor

 

 

 

 
  • Hits: 124854

การประชุมเชิงปฏิบัติการพิจารณา (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

   1

    วันที่ 26 มกราคม 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการพิจารณา (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ ชั้น 7 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

     โดยการประชุมในครั้งนี้ เป็นการพิจารณาร่างระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้ดำเนินการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุมสัมมนาจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2563 เพื่อให้รายละเอียดของร่างระเบียบฯ ดังกล่าว มีความครบถ้วน สมบูรณ์ สอดคล้องกับการจัดทำระบบทะเบียนประวัติอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งระบบทะเบียนประวัติอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นประโยชน์ในเรื่องของการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวกับทะเบียนประวัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ หากดำเนินการในเรื่องดังกล่าวแล้วเสร็จ ข้อมูลต่าง ๆ นี้ จะเป็นประโยชน์ในการนำไปบูรณาการการใช้งานกับหน่วยงานภายในกระทรวงศึกษาธิการได้ต่อไป โดยในการนี้ได้เชิญที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้เชี่ยวชาญฯ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมประชุม

2

3

4

5

7  8

9

10

11

12

13

14

15

16

 

ธาริณี นาคเมธี : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

  • Hits: 2073

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำตัวชี้วัดการประเมินตาม (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู

IMG 5941

       วันที่ 22 มกราคม 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำตัวชี้วัดการประเมินตาม (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ (ห้องประชุม 1 ชั้น 7) สำนักงาน ก.ค.ศ. อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

      การประชุมในครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของนายณัฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ทบทวนระบบการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ระบบการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีกระบวนการประเมินจากสภาพความเป็นจริงให้ความสำคัญกับผลที่เกิดกับผู้เรียน มีกระบวนการประเมินที่ง่ายไม่ซับซ้อน ลดความยุ่งยากและต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระแก่ครูผู้สอน สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้ดำเนินการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูขึ้นใหม่ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการและขั้นตอนในการพิจารณาไปแล้วนั้น สำหรับ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน ฯ ดังกล่าว ได้กำหนดให้มีตัวชี้วัดในการประเมินด้วย สำนักงาน ก.ค.ศ.จึงได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำไปจัดทำตัวชี้วัดในการประเมินให้มีความเหมาะสมกับบริบทของการจัดการศึกษาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละประเภท เช่น การศึกษาปฐมวัย การศึกษาพิเศษ การอาชีวศึกษา การศึกษานอกรบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จึงได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ที่หลากหลาย ผู้แทนจากส่วนราชการ ผู้ที่มีเกี่ยวข้อง ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ก่อนที่สำนักงาน ก.ค.ศ.จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 IMG 5945

2 3

4

5

6

7 8

IMG 5971

10 11

9 12

13

14

 15 16 17

IMG 5976

 

 

ระพีพรรณ จวงถาวร : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

 

 

 

 

 

 

 

  • Hits: 4996

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

Office of the Teacher Civil Service and Educational Personnel Commission (OTEPC)

Ratchadamnoen Nok Road Dusit Bangkok 10300

Ribbon