
ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวน 2 หลักเกณฑ์ คือ หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กลุ่มบุคคลทั่วไป) และหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กลุ่มครูอัตราจ้าง และการบรรจุนักเรียนทุน) โดยให้ส่วนราชการกำหนดสัดส่วนจำนวนตำแหน่งว่างเพื่อดำเนินการสรรหาจากทั้ง 2 หลักเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาการกำหนดสัดส่วนตำแหน่งว่างเพื่อใช้ในการสรรหาแต่ละส่วนราชการมีความแตกต่างกัน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและคุณภาพการจัดการศึกษาของแต่ละส่วนราชการ สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้กำหนดให้มีการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครูผู้ช่วยที่ได้รับการสรรหาโดยการสอบแข่งขันและการคัดเลือก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยกำหนดให้มีการส่งแบบสอบถามไปยังสถานศึกษาและลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องในแต่ละภูมิภาคเพื่อให้ได้รับข้อมูลอย่างรอบด้านประกอบการศึกษาวิจัยดังกล่าว ซึ่งได้ลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องในภูมิภาคไปแล้ว 4 ครั้ง ในภาคกลาง (กรุงเทพฯและปทุมธานี) ภาคตะวันออก (จ.ฉะเชิงเทรา) ภาคเหนือ (จ.เชียงใหม่) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.บุรีรัมย์)
เมื่อวันที่ 24 - 25 กรกฎคม 2568 น.ส.นิธนิวา ดำรงค์มงคลกุล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล ได้นำคณะทำงานลงพื้นที่ครั้งที่ 5 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสัมภาษณ์ข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่ทำหน้าที่พี่เลี้ยง และครูผู้ช่วย จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 โรงเรียนบ้านคลองตูก วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราชและวิทยาลัยการอาชีพนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานการศึกษา ซึ่งจากการสัมภาษณ์ดังกล่าว สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.จะได้นำข้อมูลมาประกอบการพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป




























กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่
