logo
Thai ไทย (ภาษาไทย)TH
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ...

1

       วันที่ 5 มีนาคม 2564 รศ.ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่ม สำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ... ณ ห้องประชุมนานาภิรมณ์ โรงแรมนูโว ซิตี สามเสน กรุงเทพมหานคร

       สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการพิจารณา (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาจัดทำและปรับปรุงระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการให้ได้รับเงินเพิ่มพิเศษ ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 โดยได้นำรายละเอียดข้อมูลที่ได้ศึกษาจากการลงพื้นที่เพื่อดูสภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จริง (พื้นที่ภูเขาสูง) มาวิเคราะห์และพิจารณาแนวทางการกำหนดอัตราเงินเพิ่มพิเศษสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ อดทนสูง ขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง มีความยากลำบาก ตรากตรำในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนต้องใช้ความรู้ ความชำนาญ และความเอาใจใส่ต่อผู้เรียนเป็นพิเศษ ซึ่งสมควรกำหนดให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ โดยที่ประชุมในครั้งนั้น ได้เสนอความเห็นไว้ 2 ประเด็นสำคัญเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... คือ 1. การกำหนดเหตุพิเศษไม่ควรกำหนดจากลักษณะของที่ตั้งสถานศึกษา แต่ควรกำหนดจากสภาพการปฏิบัติงานและความยุ่งยากในการจัดการเรียนการสอนหรือการบริหารจัดการสถานศึกษา 2. ควรกำหนดเหตุพิเศษจากปัจจัยตามมติ ครม. และเมื่อพิจารณาแล้วเห็นควรให้นำสภาพการปฏิบัติงาน ความสูญเสีย ขาดแคลน และประสบการณ์หรือความชำนาญมากำหนดเป็นเหตุพิเศษของข้าราชการครู จึงเป็นที่มาของการจัดการประชุมในครั้งนี้ เพื่อพิจารณาหาแนวทางและข้อสรุปในประเด็นดังกล่าว เพื่อให้การจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ... เป็นไปด้วยความถูกต้อง ครอบคลุมทุกบริบท และเกิดประโยชน์สูงสุดกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ ผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

7

4   5

2   3

6

6.1

6.2

7.1

8

9

10

11

12

13   14

15

16

18

19

ธาริณี นาคเมธี : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

ก.ค.ศ., กระทรวงศึกษาธิการ, เงินเดือน, ตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ

  • ฮิต: 2047

ก.ค.ศ. ประชุมหารือเตรียมทดลองใช้ระบบประเมินวิทยฐานะใหม่ (PA) ในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 177 โรงเรียน

1

      วันที่ 4 มีนาคม 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานการประชุมหารือการวิจัยพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อเตรียมการทดลองประเมินวิทยฐานะตามระบบใหม่ของ สำนักงาน ก.ค.ศ.ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ (ห้องประชุม 1 ชั้น 7) อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

      ตามที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ใหม่ รวมถึงได้จัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน และสายงานบริหารสถานศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการทดลองใช้ระบบการประเมินแบบใหม่ สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้เชิญสำนักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (สบน.) ของ สพฐ. ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้แก่ รศ.ประภาภัทร นิยม อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์ ทัณตแพทย์กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ นางปิยาภรณ์ มัณฑจิตร ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่นวัตกรรม 3 จังหวัด พร้อมกับผู้แทน สพฐ. ได้แก่ นายอโณทัย ไทยวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา และนายพิทักษ์ โสตถยาคม ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เข้าร่วมการประชุมหารือ เตรียมทดลองใช้ระบบประเมินวิทยฐานะฯ ใหม่ ในโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสตูล จำนวน 14 โรงเรียน จังหวัดระยอง จำนวน 47 โรงเรียน และจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 116 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 177 โรงเรียน ซึ่งจะเริ่มทดลองในภาคเรียนหน้า โดยจะให้ครู และผู้บริหารสถานศึกษา ทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) และจะทดลองประเมินผลงาน คลิปการสอน และพัฒนาผู้ประเมินภายในเวลาเดียวกัน

      โดยการทดลองประเมินวิทยฐานะฯ ตามระบบใหม่ เป็นการทดลองว่าวิธีการประเมินจะเป็นไปตามตัวชี้วัด ต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ เช่น ทดลองจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาการสอน การทำข้อตกลงในการประเมินระหว่างครูกับผู้อำนวยการสถานศึกษา การทำข้อตกลงในการประเมินระหว่างผู้บริหารสถานศึกษากับผู้บังคับบัญชาขั้นต้น การผลิตสื่อวิดีทัศน์บันทึกการสอนเพื่อใช้ในการประเมินวิทยฐานะฯ ใช้เวลาในการทดลองในช่วง 1 ภาคเรียน หลังจากนั้นจะได้นำข้อมูลมาประเมิน สรุปผล และดำเนินการสร้างความเข้าใจในหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะฯ ตำแหน่งครู และตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ก่อนที่จะเปิดใช้ระบบ Digital Performance Appraisal : DPA พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565

2

3

4

5

6

7   8

9

10

11

IMG 2966  IMG 2965

13

15  IMG 2968

14  16

17

 

 ธาริณี นาคเมธี : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

 

 

  • ฮิต: 5843

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อกำหนดแนวทางการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547

1 2

            วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อกำหนดแนวทางการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ ชั้น 6 อาคารสำนักงาน กศน. กระทรวงศึกษาธิการ

      สืบเนื่องจาก สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ประกอบกับนโยบายการศึกษายกกำลังสอง “ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง” ของนายณัฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการปลดล็อคและปรับเปลี่ยน รวมถึงแก้ไขปัญหาในเรื่องของการบริหารงานบุคคลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลต่อการจัดการศึกษาของชาติ โดยเฉพาะเรื่องของการสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและศักยภาพเข้ามาสู่ระบบเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและนำไปสู่การปฏิบัติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการคัดกรองก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก เพื่อให้การสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งและเป็นไปตามนโยบายดังกล่าว สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อกำหนดแนวทางการสรรหาข้าราชการครูฯ ตามมาตรา 57  จึงได้เชิญที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

IMG 6969

2 3

4 1 4 4 2

IMG 6899 6

6 2  6 3

6 1  6 4

7 8 9

10 11

16 17

 12 13 

 14 15

IMG 6901 IMG 6937 IMG 6938

IMG 6939 IMG 6945 IMG 6946

IMG 6947 IMG 6948 IMG 6951 IMG 6950 IMG 6943 IMG 6979

   IMG 6944 IMG 6979

IMG 6961

 

 

 

ระพีพรรณ จวงถาวร : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

 

 

 

 

  • ฮิต: 533

การประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นเพื่อจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์

1

        วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นเพื่อจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ณ ห้องประชุมโกวิท วรพิพัฒน์ ชั้น 3 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

    สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เป็นการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ได้แก่ ศึกษานิเทศก์ในสังกัดต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบแนวทางการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะฯ รวมถึงการกำหนดตัวชี้วัดในการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะฯ ซึ่งถือเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน ก.ค.ศ. และผู้ปฏิบัติงานจริง ตามแนวคิดของ สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ต้องการทำงานแบบเปิด คือ เป็นหน่วยงานที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาจุดพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้เกิดความเหมาะสม

          โดยในการนี้ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ด้วย ซึ่งหลังจากนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปใช้ประกอบการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ครอบคลุมกับบริบทในทุกด้าน และเพื่อประโยชน์ในการยกระดับวิชาชีพศึกษานิเทศก์ให้มีคุณภาพ ส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาชีพ อันจะส่งผลดีต่อกระบวนการในการจัดการศึกษาของประเทศต่อไป

 

2

3   4

5

8

9

10 1

10

6

7

11

12

13

14

15

16  17

 

 ธาริณี นาคเมธี : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

 

  • ฮิต: 1851

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 2/2564

1

        ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 2/2564 ในวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

        1. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา

       สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ได้เห็นชอบการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่งและทุกวิทยฐานะ สำหรับตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ ให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงกับการจัดการศึกษาในปัจจุบัน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมทั้งกำหนดลักษณะงานที่ปฏิบัติ 5 ด้าน คือ    1. ด้านการบริหารวิชาการและความเป็นผู้นำทางวิชาการ 2. ด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา 3. ด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรม 4. ด้านการบริหารงานชุมชนและเครือข่าย และ 5. ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ รวมถึงการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งซึ่ง ก.ค.ศ. ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอนไปแล้ว และเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงโมเดลการศึกษายกกำลังสอง ของกระทรวงศึกษาธิการ “ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง”  จึงเป็นที่มาของการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งได้มีการศึกษา การระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการ มีผลการวิจัยเป็นฐานในการดำเนินการ รวมถึงได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่นี้  ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าว จะเป็นประโยชน์กับผู้เรียน สถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาได้พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงขึ้นตามระดับวิทยฐานะ มีภาวะผู้นำในการบริหารวิชาการ และบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนคุณภาพครู คุณภาพผู้เรียน และคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ผู้บริหารสามารถเข้าถึงครูและห้องเรียนมากยิ่งขึ้นจะทำให้ได้รับทราบปัญหา และสามารถนำมากำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน และยังทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาได้ทราบจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาของครูและบุคลากรในสถานศึกษา ซึ่งจะทำให้มีแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะครู เพื่อให้ครูสามารถนำผลการพัฒนามาใช้ให้เกิดประโยชน์กับการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน สำหรับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่นี้เป็นการลดกระบวนการและขั้นตอน โดยการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ลดภาระในการจัดทำเอกสารและงบประมาณเกี่ยวกับการประเมิน เกิดการเชื่อมโยงบูรณาการในระบบการประเมินวิทยฐานะ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การเลื่อนเงินเดือน และการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะโดยใช้ตัวชี้วัดเดียวกัน ทำให้ลดความซ้ำซ้อน และมี Big data ในการบริหารงานบุคคลสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพโดย (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

        1. กำหนดให้ผู้บริหารสถานศึกษาทุกคน ต้องทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้บังคับบัญชาชั้นต้น
เป็นประจำทุกปี
ประกอบด้วย 2 ส่วน

           ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ

           ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ฯลฯ

         โดยมีรอบการประเมินปีงบประมาณละ 1 ครั้ง โดยผลการประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการบริหารงานบุคคล ได้แก่ ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ใช้เป็นผลการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ (มาตรา 55) และใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมินเพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือน

         สำหรับการยื่นคำขอ ให้ยื่นได้ตลอดปี ภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยหากยื่นไว้แล้ว ต้องได้รับแจ้งมติไม่อนุมัติก่อน จึงจะยื่นในวิทยฐานะเดิมได้

         2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ

           1) ต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ 4 ปีติดต่อกัน หรือมีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่ ก.ค.ศ. กำหนด กรณีลดระยะเวลาจะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ 3 ปีติดต่อกัน

           2) มีการพัฒนางานตามข้อตกลง ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 3 รอบการประเมิน ผ่านเกณฑ์

           3) ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย/จรรยาบรรณที่หนักกว่าภาคทัณฑ์ในช่วง 4 ปีย้อนหลัง

           4) สำหรับผู้ขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ/เชี่ยวชาญพิเศษ ต้องมีผลงานทางวิชาการตามที่ก.ค.ศ. กำหนดด้วย

        3. การประเมิน กำหนดให้มีการประเมิน 2 ด้าน

           ด้านที่ 1 ด้านทักษะการวางแผนกลยุทธ์ การใช้เครื่องมือ หรือนวัตกรรมทางการบริหาร

           ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา

          สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษจะมีการประเมิน ด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ

        4. การยื่นคำขอ ให้ยื่นคำขอและหลักฐานประกอบการประเมินผ่านระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA)

        5. เกณฑ์การตัดสิน ในแต่ละด้านต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 สำหรับการขอมีวิทยฐานะชำนาญการ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ร้อยละ 75 และร้อยละ 80 สำหรับการขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ตามลำดับ

        โดยหลักเกณฑ์และวิธีการฯนี้ กำหนดให้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564

 

    2. เห็นชอบ (ร่าง) กฎ ก.ค.ศ. การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ. ....

         ตามที่ ก.ค.ศ. ได้ออกกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ. 2553 รวมถึงกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555
ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้แจ้งให้ส่วนราชการทราบและถือปฏิบัติ ซึ่งต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2558 ก.ค.ศ. จึงได้มีการทบทวนกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยพบว่ามีสาระสำคัญและมีรายละเอียดที่ต้องปรับแก้หลายประเด็น เช่นการให้ได้รับเงินเดือนกรณีเปลี่ยนตำแหน่ง ย้าย หรือโอน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การให้ได้รับเงินเดือนในการแต่งตั้งครูผู้ช่วย ให้ดำรงตำแหน่งครู การให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ การให้ได้รับเงินเดือนกรณีย้าย หรือโอน มาเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น ซึ่งการปรับแก้กฎ ก.ค.ศ. ดังกล่าว จะทำให้การให้ได้รับเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กับข้าราชการพลเรือนสามัญมีความสอดคล้องกัน และเป็นไปตามนโยบายการศึกษายกกำลังสองของกระทรวงศึกษาธิการ “ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง” เพื่อให้การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จะได้นำร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

2

3

4

5

6

7 8

9 10

11 12

14

16  15

IMG 6830

ระพีพรรณ จวงถาวร : ภาพ

ธาริณี นาคเมธี : ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่  :  Editor

มติ ก.ค.ศ., กระทรวงศึกษาธิการ, ผลประชุม ก.ค.ศ.

  • ฮิต: 16617

เนื้อหาอื่นๆ...

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กทม. 10300

Ribbon