logo Eng
English (UK)EN
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

การประชุมสัมมนาเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ส่วนภูมิภาค ผ่านระบบออนไลน์ ครั้งที่ 1 กลุ่มภาคเหนือ

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 15

       วันที่ 30 มิถุนายน 2564 รศ.ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ส่วนภูมิภาค ผ่านระบบออนไลน์ ครั้งที่ 1 กลุ่มภาคเหนือ ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ อาคารรัชมังคลาภิเษก 1 สำนักงาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ

     สืบเนื่องจากที่ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานทางการศึกษาถือปฏิบัติหลายหลักเกณฑ์ ในการนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่า เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และเพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงเห็นควรให้มีการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขึ้น โดยกำหนดให้มีการจัดการประชุมสัมมนาผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด 6 ครั้ง โดยแบ่งเป็นกลุ่มภูมิภาค ดังนี้
      ครั้งที่ 1 กลุ่มภาคเหนือ

     ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 กลุ่มภาคกลาง

     ครั้งที่ 4 และครั้งที่ 5 กลุ่มภาคตะวันออกฉียงเหนือ

     ครั้งที่ 6 กลุ่มภาคใต้

     ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 1 กลุ่มภาคเหนือ โดยได้เชิญผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคลจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 48 คน เข้าร่วมประชุม และในการนี้มีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ค.ศ. เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และได้เปิดโอกาสให้มีการซักถามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจผ่านระบบออนไลน์ แทนการจัดประชุมสัมมนาห้องประชุมในโรงแรมอย่างที่เคยปฏิบัติมา เนื่องจากในขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) จึงจำเป็นต้องใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของการติดเชื้อดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับผู้เข้าร่วมการประชุมในส่วนของสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ปฏิบัติตามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด เช่น การใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การเว้นระยะห่าง การตรวจวัดอุณหภูมิ และจุดบริการแอลกอฮอล์เจล รวมถึงกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมด้วย 

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 14

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 13

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 9  ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 11

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 12  ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 10

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 8

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 1

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 7  ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 6

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 4  ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 3

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 5

Untitled 2

124732

ประชุม 6 ภูมิภาค ๒๑๐๖๓๐ 0

Untitled 3

จักรพงศ์ เอมโอช : ภาพ

ธาริณี นาคเมธี : ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

 

  • Hits: 1794

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2564

                   IMG 1660

             ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2564 ในวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน 2564  โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และมีมติที่สำคัญ คือ

             เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ รองผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

           สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ใหม่) โดยมีผลใช้บังคับทันที ประกอบกับหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกฯ ที่กำหนดไว้เดิม ได้ประกาศใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ซึ่งไม่สอดคล้องกับบริบทต่าง ๆ ปัจจุบัน ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น เพื่อให้ได้ผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะทางการบริหารที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนนโยบาย
สู่การปฏิบัติ สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา รวมทั้งเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับพื้นที่และคงความเป็นอัตลักษณ์ของเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ไว้ จึงได้ปรับหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าวโดยสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ได้ ดังนี้ 

การคัดเลือก กำหนดเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มทั่วไป

คุณสมบัติ

          1. ปัจจุบันต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งเดียวกันกับตำแหน่งที่สมัคร เข้ารับการคัดเลือก

          2. มีคุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามมาตรฐานตำแหน่งฯ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด
 หลักสูตรการคัดเลือก แบ่งเป็น 2 ภาค ได้แก่

     - ภาค ก ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่การพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การวิเคราะห์กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและการนำไปใช้ (คะแนน 200 คะแนน)

     - ภาค ข ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (วิสัยทัศน์ และการสัมภาษณ์) (คะแนน 100 คะแนน)

เกณฑ์การตัดสิน

     - ผู้ผ่านการคัดเลือก ภาค ก ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และผู้ผ่านการคัดเลือก ภาค ข ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50

     - ผู้ได้รับการคัดเลือก ต้องมีคะแนนรวม ภาค ก และภาค ข ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

 

2. กลุ่มประสบการณ์

คุณสมบัติ กำหนดเช่นเดียวกับข้อ 1 และข้อ 2 ของกลุ่มทั่วไป

          นอกจากคุณสมบัติตามข้อ 1 และข้อ 2 แล้ว จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทน หรือเคยปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก หรือเป็นผู้ปฏิบัติงาน หรือเคยปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับงานการศึกษาเอกชน  ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

หลักสูตรการคัดเลือก แบ่งเป็น 2 ภาค ได้แก่

          - ภาค ก กำหนดเช่นเดียวกับกลุ่มทั่วไป

          - ภาค ข ประเมินความสามารถทางการบริหารและความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ประวัติและประสบการณ์ฯ ผลงาน วิสัยทัศน์ และการสัมภาษณ์) (คะแนน 100 คะแนน)

เกณฑ์การตัดสิน  

          กำหนดให้การประเมิน ภาค ก ให้ค่าน้ำหนักเป็นร้อยละ 40 ของคะแนนเต็ม (200 คะแนน) และการประเมินภาค ข ให้ค่าน้ำหนักเป็นร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม (100 คะแนน) โดยผู้ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนน ภาค ก และ คะแนนภาค ข รวมกัน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

 การบรรจุและแต่งตั้ง

           1. ให้บรรจุและแต่งตั้งตามจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร

           2. เมื่อบรรจุครบตามจำนวนตำแหน่งว่างแล้ว หากมีตำแหน่งว่างภายหลังให้บรรจุและแต่งตั้ง โดยเริ่มจากบัญชีกลุ่มประสบการณ์ก่อนแล้วสลับกลุ่มต่อเนื่องกันไป การพัฒนาผู้ได้รับการบรรจุให้เป็นไปตามที่ส่วนราชการกำหนด โดยความเห็นชอบ อ.ก.ค.ศ. สป. ซึ่งผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ต้องได้รับการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษาเป็นระยะเวลา 1 ปี และมีเงื่อนไขว่า ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรง และมีผลการประเมินสัมฤทธิผล ทั้ง 2 ครั้ง ผ่านเกณฑ์ ต้องอยู่ปฏิบัติงานในหน้าที่ ในตำแหน่งที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ต่อไปอีกเป็นเวลา 3 ปี นับแต่วันที่มีผลการประเมินสัมฤทธิผลผ่านเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว จึงจะเปลี่ยนตำแหน่ง ย้าย หรือโอนออกนอกเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ได้

          ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกทั้ง 2 กลุ่ม ให้เลือกสมัครได้เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นหากปรากฏว่าผู้สมัคร สมัครทั้ง 2 กลุ่ม จะตัดสิทธิ์การสมัครคัดเลือกทั้งหมด โดยผู้สมัครฯ ที่ปฏิบัติงานในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี) ให้นับระยะเวลาทวีคูณในการคำนวณระยะเวลาการดำรงตำแหน่งได้ และสำหรับการขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก ให้ขึ้นบัญชีเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์

                          IMG 1756

IMG 1686

IMG 1648

IMG 1651

IMG 1705

 IMG 1747  IMG 1739

IMG 1711

IMG 1735 IMG 1666

 IMG 1667 IMG 1735

 IMG 1675 IMG 1674

IMG 1637 IMG 1637

IMG 1732 IMG 1732 

IMG 1730 IMG 1732 

IMG 1644 IMG 1638

IMG 1638 IMG 1759

IMG 1722

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ สำนักงาน ก.ค.ศ.

มติ ก.ค.ศ.

  • Hits: 4318

สำนักงาน ก.ค.ศ. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ผ่านระบบออนไลน์

     messageImage 1623985614423

      สำนักงาน ก.ค.ศ. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และยกระดับครูสู่วิชาชีพชั้นสูง

         วันที่ 18 มิถุนายน 2564 รศ.ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และยกระดับครูสู่วิชาชีพชั้นสูง โดยมี นางสุปราณี นฤนาทนโรดม นางสาวเจริญวรรณ หนูนาค รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญของสำนักงาน ก.ค.ศ. และผู้อำนวยการภารกิจที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานผ่านระบบออนไลน์ ณ ห้องประชุมสุรัฐ ศิลปอนันต์ อาคารรัชมังคลาภิเษก สำนักงาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ

        สำหรับพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างสำนักงาน ก.ค.ศ. กับสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ผ่านระบบออนไลน์ ในส่วนของสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย มี รศ.ดร.สมบัติ นพรัก ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย เป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลงทางวิชาการ (MOU)  โดยมี รศ.ดร.วินัย พูนศรี คณบดีคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เข้าร่วมประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2/2564 ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ วิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นการลงนามในบันทึกข้อตกลงพร้อมกันผ่านระบบออนไลน์ และเป็นการดำเนินการภายใต้การป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

        โดย รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานผลิตครูและต้องนำนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนดไปปฏิบัติในการผลิตและพัฒนาครูฯ ได้มีหนังสือขอสนับสนุนการกำหนดเกณฑ์การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมติที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทยมายังสำนักงาน ก.ค.ศ. และสำนักงาน ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่าการดำเนินการความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับทางราชการทั้งในปัจจุบันและในอนาคต จึงได้เสนอต่อที่ประชุม ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 5/2564 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบที่ 2 หน่วยงานจะได้ร่วมมือกัน  ในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและงานด้านวิชาการ โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนของสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เรียกว่า 5 คานงัดในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

        รศ.ดร.ประวิตเอราวรรณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำด้านการศึกษาและวิชาการ ด้านการพัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จากสถาบันหรือหน่วยงานทางวิชาการที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากสังคม จะทำให้การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูงจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเบื้องต้นได้วางแผนการดำเนินงานร่วมกับสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ไว้หลายเรื่องแล้ว เช่น การพัฒนาระบบการสรรหาที่ต้องมีการเชื่อมโยงกับระบบการผลิตครู การสนับสนุนในการเป็นกรรมการประเมินวิทยฐานะ การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนเข้าสู่ตำแหน่งในรูปแบบใหม่ การออกแบบหลักสูตรที่จะนำมาใช้ในแต่ละด้าน รวมทั้งการสนับสนุนงานวิจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์ต่อวงการวิชาชีพครู และการจัดการศึกษาของประเทศที่จะเกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ก็ยังได้เตรียมดำเนินการขอรับการสนับสนุนทางวิชาการและการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภา โดยการจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนากลไกการทำงานด้านบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย

        ด้าน รศ.ดร.สมบัติ นพรัก ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ได้กล่าวภายหลังการลงนามความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ว่า สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย  ได้เห็นชอบการลงนามความร่วมมือทางวิชาการ โดยครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังทางวิชาการครั้งสำคัญ ซึ่งจะทำให้เกิดพัฒนางานวิชาการรวมถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างจริงจังและเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดี และเชื่อว่าในอนาคตการผลิตการพัฒนาครูและการกำหนดกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก็จะได้รับความร่วมมือจากทั้งสองหน่วยงานเป็นอย่างดี

IMG 1420 112347

IMG 1464  S 9552105

IMG 1469

IMG 1388

11

327362

  IMG 1428

IMG 1405

IMG 1394

IMG 1447

S 9552108

IMG 1384  IMG 1390

 IMG 1392 IMG 1392

IMG 1383 IMG 1393

IMG 1382

IMG 1411

MOUBackdrop

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

 

 

  • Hits: 1350

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณา (ร่าง) คู่มือเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

IMG 1521

 

                   วันที่ 23 มิถุนายน 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณา (ร่าง) คู่มือเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ ห้องประชุมโกวิท วรพิพัฒน์ ชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

          สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 23 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2563 และสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำคู่มือเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปเมื่อวันที่ ๑ - ๒ เมษายน 2564 ณ โรงแรมแกรนด์ ทาวเวอร์ อินน์ พระรามหก กรุงเทพมหานคร ซึ่งในการประชุมดังกล่าวได้มีการพิจารณารายละเอียดเนื้อหาของ (ร่าง) คู่มือเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วมีข้อเสนอแนะให้มีการปรังปรุงและเพิ่มเติมรายละเอียดของ (ร่าง) คู่มือดังกล่าวเพื่อให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์และให้นำมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นที่มาของการจัดการประชุมในครั้งนี้ เพื่อให้มีการพิจารณารายละเอียดของ (ร่าง) คู่มือเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่ามีความครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้อง เป็นไปตามข้อเสนอแนะหรือไม่ โดยได้เชิญที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้ปฏิบัติตามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด เช่น การใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การเว้นระยะห่าง การตรวจวัดอุณหภูมิ และจุดบริการแอลกอฮอล์เจล รวมถึงกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมด้วย 

IMG 1555

IMG 1508

IMG 1473

IMG 1574

IMG 1473

 IMG 1509   IMG 1488

IMG 1512 IMG 1512

IMG 1590 IMG 1590

IMG 1485 IMG 1506

IMG 1485 IMG 1485IMG 1485

 IMG 1478 IMG 1478

IMG 1479

IMG 1564

 

 

ระพีพรรณ จวงถาวร: ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

 

 

  • Hits: 1391

ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ตามนโยบายของรัฐบาล


5555

วันที่ 12 มิถุนายน 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้มอบหมายให้นางสุปราณี นฤนาทนโรดม และนางสาวเจริญวรรณ หนูนาค รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. นำทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. จำนวน 249 คน เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ณ สถานีกลางบางซื่อซึ่งถือเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนใหญ่ที่สุดของไทย สำหรับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้เป็นการรวมใจและรวมพลังของข้าราชการเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ค.ศ. และของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อป้องกันโรคโควิด 19 ซึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในการสร้างภูมิต้านทานแก่ร่างกาย ทำให้มีภูมิคุ้มกันเหมือนผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคโควิด 19 การมีภูมิคุ้มกันหมู่จะทำให้การแพร่ระบาดของโรคสงบลง เมื่อควบคุมการแพร่ระบาดได้ การใช้ชีวิตประจำวันก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และสามารถยุติวิกฤตการณ์ครั้งนี้ให้กลับสู่สภาวะปกติได้ 

857266   S 35545333o

41493

857325

 331305  103273 

S 179519494

S 179527688

S 179527688

322187   322186

S 8257591

   S 179527688  54524

139305  857325 

857325

S 179552353  857325  S 179519497

S 179552353 0 S 179552355 S 179519493

S 179560466

S 179552362

S 179560452

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • Hits: 589

More Articles ...

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

Office of the Teacher Civil Service and Educational Personnel Commission (OTEPC)

Ratchadamnoen Nok Road Dusit Bangkok 10300

Ribbon