logo
Thai ไทย (ภาษาไทย)TH
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2565

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2565 

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2565

742260

CC393BE1 5B54 40CE BB02 27CAC04FA7B3

1A72ABAD 546D 4EBA 987D AA12F7D52CCC

ผล กคศ 11 65

 

           ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2565 วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2565 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมและมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

1. เห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการกำหนดจำนวน องค์ประกอบการได้มา คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2565                 

       สืบเนื่องจากที่รัฐสภามีมติเห็นชอบ (ร่าง) พระราชบัญญัติแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 19/2560 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2565 ซึ่งจะต้องโอนอำนาจการบริหารงานบุคคลจาก กศจ. ไปยัง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา นั้น ขณะนี้ พ.ร.บ. ดังกล่าว ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ก.ค.ศ. จึงต้องดำเนินการให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ให้เสร็จสิ้นภยในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้บังคับใช้ ซึ่งตามมาตรา 9 พ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดให้มี “อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา” และ “อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา” ดังนั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้ดำเนินการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการกำหนดจำนวน องค์ประกอบ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มา คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2565 ขึ้น โดยการกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ นั้น ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง (ร่าง) หลักเกณฑ์ดังกล่าว มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

      1. องค์ประกอบของอนุกรรมการ จำนวน 11 คน ประกอบด้วย

          1) ประธานอนุกรรมการ จำนวน 1 คน

          2) อนุกรรมการผู้แทน จำนวน 3 คน ได้แก่ ผู้แทน กศจ. นายอำเภอหรือผู้แทน และผู้แทน ก.ค.ศ.

          3) อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ด้าน ๆ ละ 1 คน ได้แก่ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านกฎหมาย และด้านการศึกษาหรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานบุคคล

          4) อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 3 คน ได้แก่ ข้าราชการครู ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น

          5) อนุกรรมการและเลขานุการ จำนวน 1 คน

       ผู้ที่เข้ามาเป็นอนุกรรมการต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะสม มีความหลากหลายและเข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี โดยอนุกรรมการหนึ่งคนจะเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ การกำหนดองค์ประกอบของอนุกรรมการเป็นองค์คณะไตรภาคี ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน ผู้แทนจากหน่วยงาน/ส่วนราชการ จำนวน 3 คน และผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 3 คน เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม และเป็นองค์คณะที่ไม่ใหญ่มากจนเกินไป เน้นการกระจายอานาจและความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

     2. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของประธานอนุ กรรมการ และอนุกรรมการ

          1) สัญชาติไทย

          2) วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี

          3) อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์

          4) ไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ ที่ปรึกษา หรือผู้มีตำแหน่งบริหารในพรรคการเมือง

          5) ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทำงจริยธรรม จรรยาบรรณ ไม่เคยกระทำผิดจนได้รับ โทษทางวินัย หรือกระทำผิดวินัยแต่ได้รับการงดโทษหรือไม่ได้รับโทษเพราะเหตุพ้นระยะเวลาการสั่งลงโทษ ตำมที่กฎหมายกำหนด

          6) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตำมที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.

          7) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ถูกสั่งพักราชการ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หรือถูกสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลอาญาหรือศาลอาญาทุจริต หรือกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงแม้ว่าจะได้รับการงดโทษหรือไม่ได้รับโทษ เพราะเหตุพ้นระยะเวลาการสั่งลงโทษตามที่กฎหมายกำหนด

          8) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

          9) ไม่เป็นผู้เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

          10) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

          การกำหนดคุณสมบัติ/ลักษณะต้องห้าม และการได้มาของแต่ละตำแหน่ง นอกจากต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่ได้กำหนดเบื้องต้นเหมือนกันทุกตำแหน่งแล้ว ต้องมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเฉพาะแต่ละตำแหน่งด้วย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

ประธานอนุกรรมการ (1 คน) 

        เพื่อให้ได้ผู้ทำหน้าที่ประธานที่มีความรู้ ความสามารถ มีศักยภาพ มีความเป็นกลางและเข้าใจการบริหารงานบุคคลเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยให้การบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และเกิดความเป็นธรรม เห็นควรให้ สพฐ. และสำนักงาน ก.ค.ศ. เสนอชื่อบุคคลพร้อมประวัติ เขตพื้นที่การศึกษาละไม่เกิน 2 คน (รวมเป็น 4 คน) แล้วเสนอ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณาคัดเลือกให้เหลือเขตพื้นที่การศึกษาละ 1 คน

อนุกรรมการผู้แทน (3 คน)

          อนุกรรมการผู้แทน กศจ. และอนุกรรมการนายอำเภอหรือผู้แทน เป็นการกำหนดองค์ประกอบของอนุกรรมการตามมาตรา 9 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 พ.ศ. 2565 สำหรับอนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ. เป็นตำแหน่งที่กำหนดไว้เพื่อให้มีผู้แทนขององค์กรกลางในการบริหารงานบุคคล ซึ่ง ก.ค.ศ. แต่งตั้งจากส่วนราชการหรือจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีวุฒิภาวะ มีความรู้ ความเข้าใจและมีประสบการณ์เกี่ยวกับ กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลเป็นอย่างดี ไปทำหน้าที่ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะส่งผลให้กระบวนการบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่การศึกษาและของสถานศึกษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เกิดความเข้มแข็ง และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (3 คน)

          ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการศึกษาหรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และด้านกฎหมาย ด้านละ 1 คน เพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์เฉพาะด้าน มาช่วยขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาให้เกิดความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเพื่อเป็นการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมในการบริหารงานบุคคล เห็นควรให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ กศจ. เสนอชื่อบุคคลพร้อมประวัติ ด้านละ 2 คน ต่อ 1 เขตพื้นที่การศึกษา (รวมเป็น 4 คน ต่อ 1 เขตพื้นที่การศึกษา) แล้วส่งไปยัง สพฐ. เพื่อตรวจสอบรายชื่อว่าซ้ำกันหรือไม่ กรณี สพท. และ กศจ. เสนอรายชื่อยังไม่ครบด้านละ 4 คน ต่อ 1 เขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้ถูกเสนอชื่อขาดคุณสมบัติ ให้ สพฐ. เสนอรายชื่อให้ครบด้านละ 4 คน ต่อ 1 เขตพื้นที่การศึกษา แล้วเสนอ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจที่ ก.ค.ศ. ตั้ง คัดเลือกให้เหลือด้านละ 1 คน ต่อ 1 เขตพื้นที่การศึกษา 

อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (3 คน)

          เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นได้มีส่วนร่วมในการเป็นอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่การศึกษา เห็นควรให้ตนเองหรือผู้บังคับบัญชาเสนอชื่อพร้อมประวัติ แล้วให้เพื่อนร่วมงานที่ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่การศึกษานั้นรับรอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถและเป็นที่ยอมรับของสังคมหรือคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

          ทั้งนี้ ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ดำเนินการปรับรายละเอียดตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมให้มีความครบถ้วน สมบูรณ์ต่อไป โดย อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้อีก แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเดิมเกิน 2 วาระไม่ได้ ยกเว้น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งดำรงตำแหน่งอนุกรรมการและเลขานุการ และอนุกรรมการคนหนึ่งจะเป็นอนุกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

 

2. เห็นชอบ ตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอ ก.ค.ศ. แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ได้ผู้มีความรู้ความสามารถและมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ จึงเห็นควรตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอ ก.ค.ศ. แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานอนุกรรมการ ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้แทนสำนักงาน ก.ค.ศ. รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. หรือผู้เชี่ยวชาญสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เลขาธิการ ก.ค.ศ. มอบหมาย เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. แต่งตั้งข้าราชการในสำนักงาน ก.ค.ศ. ไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ จำนวน 3 คณะ ดังนี้

          คณะที่ 1 ให้ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อเสนอให้ ก.ค.ศ. แต่งตั้งเป็นประธานอนุกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา และอนุกรรมการผู้แทน กศจ. ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่มีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมมากกว่าหนึ่งจังหวัด

          คณะที่ 2 ให้ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อเสนอให้ ก.ค.ศ. แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา

          คณะที่ 3 ให้ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

 

3. เห็นชอบ กำหนดการดำเนินการได้มาซึ่งอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางกำรศึกษา ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เพื่อให้การดำเนินการให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาตามที่กาหนดไว้ในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560ฯ ได้ภายในระยะเวลา 90 วัน จึงเห็นชอบกำหนดการดำเนินการได้มาซึ่งอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เพื่อเป็นกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ ดังนี้

          วันที่ 22 พ.ย. 2565 - 7 ธ.ค. 2565 (15 วัน)     สำนักงาน ก.ค.ศ. ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการฯ

          วันที่ 8 ธ.ค. 2565 - 6 ม.ค. 2566 (30 วัน)     เสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม รวมทั้งตรวจสอบ และวินิจฉัยคุณสมบัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ

          ภายในวันที่ 10 ม.ค. 2566     ส่งรายชื่อถึงสำนักงาน ก.ค.ศ.

          วันที่ 11 - 20 ม.ค. 2566 (10 วัน)     อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจคัดเลือกให้เหลือเขตพื้นที่ละ 1 คน

          ภายในวันที่ 31 ม.ค. 2566     เสนอ ก.ค.ศ. แต่งตั้ง

          ภายในวันที่ 6 ก.พ. 2566      แจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

 

4. เห็นชอบ การพิจารณาย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครู สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

         สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครู สังกัด สพฐ. โดยให้มี อกศจ. ทำหน้าที่กลั่นกรองการย้ายก่อนเสนอ กศจ. พิจารณา นั้น ปัจจุบันคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคอยู่ระหว่างการแต่งตั้ง อกศจ. ชุดใหม่ เนื่องจาก อกศจ. ชุดเดิม ครบวาระ ซึ่งขณะนี้ได้แต่งตั้ง อกศจ. ชุดใหม่ ไปแล้ว จำนวน 29 จังหวัด และยังไม่ได้แต่งตั้งอีกจำนวน 48 จังหวัด ส่งผลให้ กศจ. ที่ยังไม่มี อกศจ. ไม่สามารถพิจารณาย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดได้

          ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของทางราชการและเพื่อให้การขับเคลื่อนงานบริหารบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นชอบให้พิจารณาย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้

         1. กรณีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ยังไม่ได้แต่งตั้ง อกศจ. ให้ กศจ. พิจารณาย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดได้โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรอง

          2. กรณีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ได้แต่งตั้ง อกศจ. ไว้แล้ว ต่อมามีเหตุที่ทำให้ อกศจ. ไม่สามารถประชุมได้ ให้ กศจ. พิจารณาย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดได้ โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรอง

 

------------------------------------------------------------

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

 

  • ฮิต: 20065

การอบรมฯ PA Support Team (รุ่นที่ 12 - 13)

         IMG 8441

                เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ สำนักงาน ก.ค.ศ. จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างและพัฒนากลุ่มผู้นำองค์ความรู้สู่การเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  (PA Support Team) รุ่นที่ 12 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมนภาลัย จังหวัดอุดรธานี โดย รศ.ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้ร่วมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อการพัฒนาวิชาชีพครูและระบบวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ PA ในการอบรมดังกล่าวด้วย

              สืบเนื่องจากที่ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาว 9/2564 สำหรับสายงานการสอน, ว 10/2564 สำหรับสายงานบริหารสถานศึกษา, ว 11/2564 สายงานศึกษานิเทศก์ และ ว 12/2564 สายงานบริหารการศึกษา) ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID – 19) สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการสร้างการรับรู้ให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และหลังจากที่สถานการณ์คลี่คลายลงก็ได้มีการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทราบข้อมูลว่าการดำเนินงานบางพื้นที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจและเกิดความคลาดเคลื่อน และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการ โดยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความห่วงใยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าว จึงได้มอบนโยบายให้มีการสร้างการรับรู้ให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยการบูรณาการการทำงานระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้กับกลุ่มผู้นำองค์ความรู้ โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาผู้เข้ารับการอบรมเขตพื้นที่ละ 10 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่ม ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และข้าราชการครูจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ รวม 2,460 คน เพื่อให้สามารถวางแผนและนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปขยายผลให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในแต่ละพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง โดยการอบรมแบ่งออกเป็น 4 ภูมิภาค รวม 13 รุ่น ซึ่งการอบรมในครั้งนี้เป็นการอบรมในจุดที่ 7 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รุ่นที่ 12 และ 13 ในระหว่างวันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2565 โดยมีวิทยากรจาก สำนักงาน ก.ค.ศ. นำโดย นางสาวจารุนันท์ แก้วทองนาค ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล นางสาวนิธนิวา ดำรงค์มงคลกุล ผู้อำนวยการภารกิจระบบตำแหน่งและวิทยฐานะที่ 1 และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้อำนวยการโรงเรียนและครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงฯ ของ ก.ค.ศ. เข้าร่วมเป็นวิทยากร

รุ่นที่ 12 โรงแรมนภาลัย จังหวัดอุดรธานี

IMG 8435

IMG 8126

IMG 8118

IMG 8131

IMG 8141

IMG 8139

IMG 8178

IMG 8185

IMG 8188  IMG 8190  IMG 8191

IMG 8201
IMG 8205

IMG 8234

IMG 8223  IMG 8231

IMG 8250  IMG 8289

IMG 8269  IMG 8299

IMG 8352

IMG 8343  IMG 8349

IMG 8356  IMG 8359

รุ่นที่ 13 โรงแรมนภาลัย จังหวัดอุดรธานี

IMG 8486

IMG 8321

IMG 8313

IMG 8455

IMG 8401

IMG 8501

IMG 8502

IMG 8370

IMG 8405

IMG 8469

IMG 8479  IMG 8564

IMG 8542  IMG 8558  IMG 8533

IMG 8615

IMG 8597  IMG 8585  

IMG 8609  IMG 8652

IMG 8633  IMG 8673

IMG 8713  IMG 8718  IMG 8726

IMG 8720

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

 

 

 

  • ฮิต: 1024

การอบรมฯ PA Support Team (รุ่นที่ 10 - 11)

02

01         

                วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 รศ.ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. บรรยายพิเศษ เรื่อง การพัฒนาวิชาชีพครูและระบบวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ PA ในการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างและพัฒนากลุ่มผู้นำองค์ความรู้สู่การเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  (PA Support Team) รุ่นที่ 10 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมเนวาด้า จังหวัดอุบลราชธานี โดยการจัดการอบรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ สำนักงาน ก.ค.ศ.

            สืบเนื่องจากที่ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาว 9/2564 สำหรับสายงานการสอน, ว 10/2564 สำหรับสายงานบริหารสถานศึกษา, ว 11/2564 สายงานศึกษานิเทศก์ และ ว 12/2564 สายงานบริหารการศึกษา) ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID – 19) สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการสร้างการรับรู้ให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และหลังจากที่สถานการณ์คลี่คลายลงก็ได้มีการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทราบข้อมูลว่าการดำเนินงานบางพื้นที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจและเกิดความคลาดเคลื่อน และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการ โดยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความห่วงใยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าว จึงได้มอบนโยบายให้มีการสร้างการรับรู้ให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยการบูรณาการการทำงานระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้กับกลุ่มผู้นำองค์ความรู้ โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาผู้เข้ารับการอบรมเขตพื้นที่ละ 10 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่ม ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และข้าราชการครูจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ รวม 2,460 คน เพื่อให้สามารถวางแผนและนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปขยายผลให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในแต่ละพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง โดยการอบรมแบ่งออกเป็น 4 ภูมิภาค รวม 13 รุ่น ซึ่งการอบรมในครั้งนี้เป็นการอบรมในจุดที่ 6 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รุ่นที่ 10 และ 11 ในระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2565 โดยมีวิทยากรจาก สำนักงาน ก.ค.ศ. นำโดย นางสิริศจี จินดามัย ผู้อำนวยการภารกิจระบบตำแหน่งและวิทยฐานะที่ 2 และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้อำนวยการโรงเรียนและครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงฯ ของ ก.ค.ศ. เข้าร่วมเป็นวิทยากร

รุ่นที่ 10 โรงแรมเนวาด้า จังหวัดอุบลราชธานี

03

04

IMG 7698

05

06

07

08

09

IMG 7571  IMG 7581

10

11  12

13

14  15

  IMG 7567  IMG 7584

IMG 7637  IMG 7642

IMG 7646  IMG 7649

IMG 7757

IMG 7760  IMG 7798  IMG 7813

IMG 7775  IMG 7784

IMG 7794  IMG 7829

 

รุ่นที่ 11 โรงแรมเนวาด้า จังหวัดอุบลราชธานี

IMG 7704

IMG 7895

IMG 7882

IMG 7839

IMG 7841  IMG 7856

IMG 7867  IMG 7966

IMG 7896

IMG 7934  IMG 7919 

IMG 7929  IMG 7951

IMG 7972

IMG 7968  IMG 7969  IMG 7970

IMG 7977  IMG 7984

IMG 7978  IMG 7986

IMG 8027

IMG 7997  IMG 8003

IMG 8014  IMG 8030

IMG 7999  IMG 8020

 

 

 

 

 

 กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 1476

การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

1

           วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ดร.ปราโมทย์ แสนกล้า รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพมหานคร

           สืบเนื่องจาก ปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงบประมาณ ได้กำหนดให้หน่วยรับงบประมาณจัดทำรายละเอียดคำของบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่แสดงวัตถุประสงค์ แผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการของหน่วยรับงบประมาณ เป้าหมายและยุทธศาสตร์ การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และนโยบายงบประมาณ วงเงิน โครงสร้างงบประมาณ โดยบูรณาการงบประมาณในมิติหน่วยรับงบประมาณ เพื่อใช้ประกอบคำของบประมาณเสนอรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยกำหนดการส่งคำของบประมาณให้สำนักงบประมาณผ่านระบบ e-budgeting ภายในวันที่ 27 มกราคม 2566 นั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อทบทวนเป้าหมาย ตัวชี้วัด ผลผลิตของปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รวมทั้งจัดทำรายละเอียดโครงการ/กิจกรรมเพื่อเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ต่อไป โดยได้เชิญที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้องรวม 64 คน เข้า ร่วมการประชุม

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

15 1

16 17

18 19

20

LINE_ALBUM_91165_221109_46.jpg

21

LINE ALBUM 91165 221109 47 LINE ALBUM 91165 221109 48

LINE ALBUM 91165 221109 52 LINE ALBUM 91165 221109 53

LINE ALBUM 91165 221109 54 LINE ALBUM 91165 221109 56

LINE ALBUM 91165 221109 57 LINE ALBUM 91165 221109 59

LINE ALBUM 91165 221109 60 LINE ALBUM 91165 221109 61

LINE ALBUM 91165 221109 62 LINE ALBUM 91165 221109 63

LINE ALBUM 91165 221109 64 LINE ALBUM 91165 221109 65

Untitled 2

 

ธาริณี นาคเมธี : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

 

 

 

 

  • ฮิต: 1550

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการได้มา การกำหนดคุณสมบัติอื่น วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการต่าง ๆ ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. ....

1

          วันที่  2 พฤศจิกายน 2565 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการได้มา การกำหนดคุณสมบัติอื่น วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการต่าง ๆ ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. .... ณ โรงแรมเบลล่า บี จังหวัดนนทบุรี

          ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2565 ได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 พ.ศ. .... โดยมาตรา 9 ของร่างพระราชบัญญัติฯ กำหนดให้มี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล สำหรับจำนวน องค์ประกอบ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มา คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด และให้ ก.ค.ศ.ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ให้เสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติใช้บังคับ

          ดังนั้น สำนักงาน ก.ค.ศ.จึงได้จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมการรองรับการประกาศใช้พระราชบัญญัติฯ และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 9 ของร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว รวมทั้งเพื่อให้ได้หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของอนุกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ. และได้มาซึ่งใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 245 เขต โดยได้เชิญที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23 24

25 26

27 28

29 30

31 32

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

 

  • ฮิต: 4383

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กทม. 10300

Ribbon