logo
Thai ไทย (ภาษาไทย)TH
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

ผลการประชุม คปร. "เตรียมเสนอ ครม. คืนอัตรา ผอ.โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน 61 - 119 คน"

IMG 1316

         เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ได้พิจารณาเรื่องมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ พ.ศ. 2566 - 2570 ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งที่ผ่านมาทาง คปร. ได้ประชุมหารือร่วมกับเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ ก.ค.ศ.) และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีความคิดเห็นโดยสรุปว่า ปัจจุบันแนวโน้มจำนวนนักเรียนในประเทศไทยลงลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจำนวนโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กโดยการยุบหรือควบรวมยังเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

         ดังนั้น การดำเนินการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรการฯ จะส่งผลให้ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ลดลง โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน 61 - 119 คน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี สพฐ. ได้มีแผนในการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีเป้าหมายการดำเนินการในช่วงปี พ.ศ. 2566 - 2570 จำนวน 10,314 แห่ง ดังนั้น จึงเห็นว่า แนวทางตามมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2562 - 2565) ที่กำหนดไว้เดิมนั้นยังคงนำมาใช้ได้ แต่ควรต้องมีการปรับเงื่อนไขในการพิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยให้โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในกลุ่มสถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนการสอนแบบรวมสถานศึกษา ที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 120 คนขึ้นไป ในพื้นที่ปกติ ซึ่งไม่อยู่ในแผนการถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถได้รับการพิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งครูผู้สอนคืนให้กับโรงเรียนดังกล่าวด้วย และเห็นควรให้ ก.ค.ศ. สามารถพิจารณาปรับเปลี่ยนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูในโรงเรียนที่มีอัตรากำลังครูผู้สอนเกินเกณฑ์อัตรากำลังของ ก.ค.ศ. มากำหนดเป็นตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนที่มีนักเรียน 61 - 119 คน ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้บริหารสถานศึกษาในระหว่างที่รอดำเนินการตามแผนควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในด้านการบริหารจัดการ ด้านการเรียน การสอน คุณภาพนักเรียน และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารอัตรากำลังผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน รวมถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งในการแก้ปัญหาการขาดอัตรากำลังครู หากใช้การบริหารจัดการโดยการจัดการเรียนการสอนแบบรวมกลุ่มสถานศึกษาที่มีระยะทางอยู่ในพื้นที่ใกล้กัน และเกลี่ยอัตรากำลังครูในส่วนที่เกินเกณฑ์มาช่วยจะเกิดประสิทธิภาพมากกว่าการจัดสรรอัตรากำลังครูลงไปให้กับโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 

          สำหรับการเกลี่ยอัตราครูที่เกินเกณฑ์อัตรากำลังของ ก.ค.ศ. มาเปลี่ยนเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาเพื่อบรรจุในโรงเรียนเหล่านั้น ไม่ใช่การเพิ่มกรอบอัตรากำลังใหม่ หรือเพิ่มเงินในภาพรวม แต่ถือเป็นการบริหารตำแหน่งเพื่อให้สถานศึกษาขนาดเล็ก มีผู้บริหารสถานศึกษาในระหว่างที่รอดำเนินการตามแผนควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กนั่นเอง ทั้งนี้ คปร. จะนำแนวทางการดำเนินการดังกล่าว เสนอ ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบเป็นมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ พ.ศ. 2566 - 2570 ต่อไป

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 7589

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษ

01

          วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566  รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษ ณ ห้องประชุม จรูญ มิลินทร์ อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ และการประชุมผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting

           สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ใหม่ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.4/ว 4 ลงวันที่ 26 มกราคม 2564 ประกอบกับ ปัจจุบัน กฎ ระเบียบหลักเกณฑ์และวิธีการ รวมทั้งบริบทต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงกำหนดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษในครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัด ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษ เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งฯ ว 3/2564 สามารถคัดเลือกเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ทุ่มเท และเสียสละ มีศักยภาพในการปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้แทนส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม

30

02

03

04

06

07

08

09

10

24   25

11   12

13   15

18   14

16   17

26   20

21   19   

23   28

22   29

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

 

 

 

  • ฮิต: 186

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2566

01

 

              ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  ครั้งที่ 1/2566 วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้ 

             1.   เห็นชอบ รายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

             สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอให้พิจารณารายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกฯ ว16/2565 เนื่องจากปัจจุบัน สพฐ. ไม่มีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกฯ ประกอบกับจะต้องนำตำแหน่งว่างมากำหนดสัดส่วนเพื่อใช้ในการรับย้ายและสำหรับการคัดเลือกเพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ และได้ผู้บริหารสถานศึกษามาทำหน้าที่ในการบริหารการศึกษาโดยเร็ว ก.ค.ศ. จึงเห็นควรให้มีการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด (ว 16/2565) โดยได้ปรับปรุงรายละเอียด     การดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งฯ ในส่วนของหลักสูตรการคัดเลือก ให้สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ว 10/2564) โดยมีรายละเอียดสาระสำคัญ ดังนี้

          ภาค ก ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยปรับเนื้อหาการประเมินให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว 3/2564) ซึ่งต้องมีการบูรณาการงานทั้ง 5 ด้าน ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกัน

          ภาค ข ผลงาน ประเมินจากผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานตำแหน่งที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน (ว 3/2564)

          ภาค ค วิสัยทัศน์และแนวคิดในการบริหารจัดการสถานศึกษาในการที่จะปฏิบัติงานในตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก โดยกำหนดองค์ประกอบ/ตัวชี้วัด ประเด็นท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงการปรับประยุกต์ แก้ไขปัญหา ริเริ่ม พัฒนา คิดค้น ปรับเปลี่ยน หรือสร้างการเปลี่ยนแปลงตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ว 10/2564)

          2.   อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ
           (นายศักดิ์ ศศิกุลกมล สังกัดวิทยาลัยสารพัดช่าง สมุทรปราการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา)

         3.   เห็นชอบรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกและผู้ได้รับการเสนอชื่อและแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา

               เพื่อให้การดำเนินการให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560ฯ ได้ภายในระยะเวลา 90 วัน ประกอบกับ ก.ค.ศ.ในคราวประชุมครั้งที่ 11/2565 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 ได้มีมติอนุมัติให้แต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอ ก.ค.ศ. แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 3 คณะ

              ซึ่งขณะนี้ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจคัดเลือกบุคคล ทั้ง 3 คณะ รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ได้ดำเนินการพิจารณาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานอนุกรรมการ อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อนุกรรมการผู้แทน กศจ. อนุกรรมการนายอำเภอหรือผู้แทน อนุกรรมการผู้อำนวยการเขตหรือผู้แทน และอนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 183 เขต และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 62 เขต รวมทั้งสิ้น 245 เขต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

             ก.ค.ศ. จึงมีมติเห็นชอบรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งบุคคลเป็นคณะอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 183 เขต และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 62 เขต รวมทั้งสิ้น 245 เขต โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป และมีเงื่อนไขว่าหากตรวจสอบภายหลังพบว่า ประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการรายใด มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หรือมีกรณีใดกรณีหนึ่ง ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด จะถูกเพิกถอนการดำรงตำแหน่งประธานอนุกรรมการหรืออนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ตรวจสอบความถูกต้องก่อนแจ้งให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

IMG 1625  IMG 1627

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 30543

การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เพื่อจัดทำคำอธิบายประกอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง การโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การย้ายข

S 24444991

               วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวจารุนันท์ แก้วทองนาค ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เพื่อจัดทำคำอธิบายประกอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง การโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ และการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นและข้าราชการอื่น เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ณ โรงแรมนูโว ซิตี เขตพระนคร กรุงเทพฯ

              สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเปลี่ยนตำแหน่ง การย้าย และการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และการย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ ไปบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.5/ว 30 ลงวันที่ 28 กันยายน 2560 และหลักเกณฑ์และวิธีการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นและข้าราชการอื่น มาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.5/ว 29 ลงวันที่ 28 กันยายน 2560 ต่อมาสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2565 และได้ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง และการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และการย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ ไปบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) และ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นและข้าราชการอื่น มาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานการศึกษาสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง เป็นไปตามหลักการบริหารงานบุคคลและบริบทของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดทำคำอธิบายประกอบ และยกตัวอย่างเพื่อประกอบหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าว เพื่อใช้เป็นหลักในการปฏิบัติงานบริหารงานบุคคลได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ เป็นมาตรฐานเดียวกัน  โดยการจัดประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมการประชุม  

01

02

03

04

05

06

07

08  09

10  11

12  13

16  14  15

22

17  18

19

21   20

S 24444982

S 24444951

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  

 

 

 

  • ฮิต: 1504

การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินวิทยพัฒน์ พ.ศ. ....

1

          วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ดร.ปราโมทย์ แสนกล้า รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินวิทยพัฒน์ พ.ศ. .... ณ โรงแรมเบลล่า บี จังหวัดนนทบุรี

          การประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้แทนหน่วยงานทางการศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการทบทวนและจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินวิทยพัฒน์ พ.ศ. .... เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 75 วรรคสอง ที่กำหนดว่า “เพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ก.ค.ศ. อาจกำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ที่มีผลงานหรือผลการปฏิบัติงานดีเด่นหรือผู้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้ได้รับเงินวิทยพัฒน์ได้ ตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี” สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้เชิญผู้แทนผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ข้าราชการครู ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม รวมจำนวน 40 คน ร่วมพิจารณา และให้เสนอแนะเกี่ยวกับ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินวิทยพัฒน์ พ.ศ. ....ดังกล่าว ให้มีความครอบคลุมและครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนที่จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

2

3

4

5

6

7
8

10

11

12

13

14

16.jpg

15
16 1

17

18 19

IMG 1416

21 22

23 24

25

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

 

 

 

  • ฮิต: 2491

เนื้อหาอื่นๆ...

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กทม. 10300

Ribbon