logo
Thai ไทย (ภาษาไทย)TH
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

ประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

01

     วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ดร.พิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ ชั้น 7 สำนักงาน ก.ค.ศ.

     สืบเนื่องจากการประชุม ก.ค.ศ ครั้งที่ 4/2567 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยเห็นควรให้ปรับหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลฯ เพื่อให้สามารถสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษา มีความเป็นผู้นำทางวิชาการ มีประสบการณ์และสมรรถนะในการนิเทศการศึกษา นำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

     สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้มีการจัดประชุมหารือร่วมกันเพื่อระดมความคิดเห็นในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหาแนวทางในการสรรหาศึกษานิเทศก์ให้มีความสอดคล้องกับบริบทและความต้องการของหน่วยงานการศึกษา สามารถให้คำปรึกษาแนะนำ ชี้แนะ เป็นพี่เลี้ยง ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนางานวิชาการให้กับครูและผู้บริหารสถานศึกษา ขับเคลื่อนงานพัฒนาการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี รศ.ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ผู้บริหารสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมฯ

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30

31

32

33

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 639

สำนักงาน ก.ค.ศ. จัดกิจกรรมพัฒนาทีมงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

 01

          วันที่ 2 สิงหาคม 2567 รศ.ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “แนวทางในการนำนโยบาย เรียนดี มีความสุข และการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสู่การปฏิบัติ” ในกิจกรรมพัฒนาทีมงานของบุคลากรสำนักงาน ก.ค.ศ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ โรงแรมเรดิสสัน รีสอร์ทแอนด์สปา หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี โดยมี ที่ปรึกษา สำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน

          ตามที่ สำนักงาน ก.พ. ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการพลเรือน กำหนดให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการพลเรือน ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการงาน ด้านส่วนตัว ด้านสังคม และด้านเศรษฐกิจ ซึ่งกลยุทธ์ในแต่ละยุทธศาสตร์ จะมุ่งเน้นให้ข้าราชการทำงานอย่างมีความสุข มีสุขภาพดี มีความสามัคคี มีจิตสาธารณะ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตส่วนตัวและการทำงาน เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการพลเรือนดังกล่าว สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้กำหนดโครงการพัฒนาสมรรถนะและเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติงานบุคลากรสำนักงาน ก.ค.ศ. ไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยกำหนดให้มีกิจกรรมพัฒนาทีมงาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรสำนักงาน ก.ค.ศ. ใน 4 มิติ ได้แก่ ด้านการทำงาน ด้านส่วนตัว ด้านสังคม และด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้บุคลากรสำนักงาน ก.ค.ศ. ทำงานอย่างมีความสุข มีสุขภาพดี มีความสามัคคี มีจิตสาธารณะ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตส่วนตัวและการทำงาน จึงได้ดำเนินการจัด “กิจกรรมพัฒนาทีมงาน” ขึ้นในระหว่างวันที่ 1 - 3 สิงหาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรสำนักงาน ก.ค.ศ. ให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะตรงตามหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรสำนักงาน ก.ค.ศ. มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานเป็นทีม มีชีวิตที่สมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตส่วนตัวและการทำงาน และเพื่อเสริมสร้างความรัก ความผูกพันต่อองค์กร

          สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบไปด้วยการศึกษาเรียนรู้การอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และศึกษาเรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี กิจกรรมเพื่อศึกษากระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อนำสู่การพัฒนาการบริหารงานบุคคลของ สกร. โดย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ ระดับอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การอภิปรายในหัวข้อ การทำงานและแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดย นางจีรนันท์ เพ่งพินิจ ดร.พิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. นางสาวนันทิพัฒน์ บุญทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย นางนภารัตน์ สัมพันธ์ภักดี และนางอัญสุชา พงศ์พัฒนพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล และกิจกรรมจิตอาสาแบ่งปันน้ำใจแด่ห้องสมุด ณ หอสมุดรัชมังคลาภิเษก วังไกลกังวล และห้องสมุดประชาชน อำเภอหัวหิน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

02

03

04

05

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

DSC00067

DSC00087

DSC00092

28

DSC00563

DSC00585

DSC00589

DSC00595

DSC00599

 

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 315

ประชุมสัมมนาให้ความรู้ เรื่อง “วินัย และการพิจารณารายงานการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา”

01

วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 นายวชิรพันธ์ นาคก้อน รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาให้ความรู้ เรื่อง “วินัย และการพิจารณารายงานการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” ณ ห้องประชุมจรูณ มิลินทร์ ชั้น 7 สำนักงาน ก.ค.ศ.

สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดการประชุมสัมมนาเรื่อง “วินัย และการพิจารณารายงานการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” ขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ฯ ให้แก่นิติกร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมจำนวน 35 คน เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ต้องพิจารณา วินิจฉัย ตีความปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการตรวจสอบและพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการฟ้องคดีปกครอง ซึ่งบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาทักษะองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประชุมสัมมนาในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสามารถ ข่าวดี และนางปราณี ศิวารมณ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของสำนักงาน ก.ค.ศ. มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกฎหมายที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้นิติกรและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลแก่ทางราชการต่อไป

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 358

การประชุมสัมมนาเพื่อพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นในการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย

 01

          วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 นางจีรนันท์ เพ่งพินิจ รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานในการประชุมสัมมนาเพื่อพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นในการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย ณ โรงแรมเบลล่าบี บางกรวย จังหวัดนนทบุรี

          สำนักงาน ก.ค.ศ. จัดการประชุมสัมมนาในครั้งนี้ขึ้นเพื่อพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการและแบบประเมินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย ตาม ว 19/2561 และ ว 26/2561 ได้ใช้บังคับมาแล้ว 5 ปีกว่า โดยกำหนดให้ครูผู้ช่วยเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ในสถานศึกษาที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเวลา 2 ปี เมื่อผ่านการประเมินแล้วจึงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู และให้มีการประเมินทุก 6 เดือน รวม 4 ครั้ง เป็นเวลา 2 ปี ประเมินโดยคณะกรรมการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ที่ทำหน้าที่ทั้งการพัฒนาและประเมินผลการปฏิบัติตนและการปฏิบัติงานของครูผู้ช่วย ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นประธานกรรมการ ครูในสถานศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นนอกสถานศึกษา เป็นกรรมการ เมื่อพ้นกำหนดการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มแล้ว ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เห็นว่า ควรให้ผู้นั้นรับราชการต่อไป ก็สั่งให้ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่จะได้รับแต่งตั้งต่อไป แต่ในระหว่างเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม หากผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เห็นว่า ผู้ใดมีความประพฤติไม่ดีหรือไม่มีความรู้ หรือไม่มีความเหมาะสม หรือมีผลการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยไม่ควรให้รับราชการต่อไปก็ให้สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการได้ ไม่ว่าจะครบกำหนดการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี บริบทและสภาพแวดล้อมปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งมีการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วยใหม่ จึงเห็นควรที่จะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ และแบบประเมินฯ ให้เหมาะสม โดยในปีงบประมาณนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้สำรวจข้อมูลเพื่อพัฒนาปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการฯ และแบบประเมินฯ ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ และการพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลภาคสนาม จำนวน 4 ครั้ง รวมทั้งได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย

          การประชุมสัมมนาในครั้งนี้เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากแบบประเมิน การลงพื้นที่และการประชุมมาร่วมกันพิจารณาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้บริหารและที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนส่วนราชการ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล และศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อไป

12

10

11

14

02

03

04

05

06

07

09

08

15

16

13

21

17   18

19   20

22   23

25   24

26   27

29   30

28  31

 32   33

34   35

 36   38

40   41

43

45.jpg

46

 

วีนัส แก้วประเสริฐ : ภาพ/ข่าว

ธาริณี นาคเมธี หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

  • ฮิต: 574

พิธี​ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) "การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด" ระหว่าง​กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม​

IMG 5684

        31 กรกฎาคม 2567 ​กระทรวง​มหาดไทย​ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย​ พล.ต.อ.เพิ่มพูน​ ชิด​ชอบ​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ และนางสาวศุภมาส​ อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็น​ประธาน​ใน​พิธี​ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) "การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด" ระหว่าง​กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม​ โดย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ​ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ​ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ร่วมลงนามฯ ซึ่งบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว  มีขึ้นเพื่อเป็นการแสดงเจตจำนงความร่วมมือกันของหน่วยงานในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยผู้บริหารจากทั้ง 3 กระทรวง รวมทั้งข้าราชการ​ พนักงาน เจ้าหน้าที่ แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนจากแขนงต่าง ๆ ร่วมเป็นสักชีพยานในการลงนามในครั้งนี้

      นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ รัฐบาลภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน​ มีนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติอย่างจริงจัง โดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน ตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ​ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้การแก้ปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยให้เป็นมาตรการเชิงรุก ทั้งการป้องกันและปราบปราม​ เนื่องจากเป็นภัยอันตรายที่บั่นทอน สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปัจจัยในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่สำคัญ จึงต้องมีมาตรการป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่แรก โดยการลดจำนวนผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด โดยเฉพาะผู้เสพหน้าใหม่ ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนที่อยู่ในระบบการศึกษา จะต้องอาศัยความร่วมมือกับสถานศึกษา โรงเรียนวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ฯลฯ เพื่อป้องกันนักเรียน นักศึกษา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นอกจากนั้น ครู บุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ จะต้องครองตน ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และไม่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดไม่ว่าในรูปแบบใด ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความเชื่อถือศรัทธา อันจะนำไปสู่ความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ นายอนุทิน​ กล่าว​ต่อไป​ว่า​ การแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยแนวทางดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวง​การอุดมศึกษาฯ ซึ่งจะต้องบูรณาการความร่วมมือกัน ในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน 

     กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่อบรมสั่งสอน ให้ความรู้ และสร้าง "ค่านิยม" แก่เด็กและเยาวชน ทั้งในและนอกสถานศึกษา ให้มีคุ้มกัน​ รู้เท่าทันโทษภัยของยาเสพติด มีทักษะการใช้ชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์สำหรับการดำรงชีวิตในสังคม

     ส่วนกระทรวงการอุดมศึกษาฯ นอกจากจะมีหน้าที่หลักในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แล้ว ยังต้องมีบทบาทนำในการบริหารจัดการให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปประยุกต์ ในการเฝ้าระวัง และป้องกันยาเสพติดในระดับพื้นที่ รวมถึงพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นบริบทแวดล้อมของสภาพปัญหา ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาด้วย

     สำหรับกระทรวงมหาดไทย ก็มีหน้าที่โดยตรงในการป้องกันปราบปราม และบังคับใช้กฎหมาย โดยประสานงานใกล้ชิดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ ยังต้องจริงจังกับภารกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เพราะนั่นคือพื้นฐานของการป้องกันปัญหาสังคมในทุกมิติ รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนปลอดจากยาเสพติด อันจะเป็นการเสริมพลังการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ​ ด้วย

"ผมเชื่อว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้จะทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดดำเนินไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไร้รอยต่อ และบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ผมขอเป็นกำลังใจให้หน่วยงานทุกภาคส่วนในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อร่วมกันนำพาประเทศ ให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป" นายอนุทิน​ กล่าว

IMG 5612

IMG 5584

IMG 5588

IMG 5566

IMG 5691

IMG 5692

IMG 5597

IMG 5622

IMG 5636

IMG 5643

IMG 5645

IMG 5659

IMG 5669

IMG 5699

IMG 5723

 

 

 

ณิชนันทน์ วงศ์เทียมจันทร์ : ภาพ

ปารัชญ์ ไชยเวช กลุ่มสารนิเทศ สป. ข่าว

ธาริณี นาคเมธี หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

  • ฮิต: 1179

เนื้อหาอื่นๆ...

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กทม. 10300

Ribbon