logo
Thai ไทย (ภาษาไทย)TH
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

เลขาธิการ ก.ค.ศ. บรรยายพิเศษ ในการอบรมโครงการพัฒนาผู้บริหารการศึกษา สพฐ. OBEC ONE TEAM

01

          วันที่ 29 มกราคม 2567 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. บรรยายพิเศษในการอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการพัฒนาผู้บริหารการศึกษา สพฐ. OBEC ONE  TEAM  ระยะที่ 1 การเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหารการศึกษา (Competency) ณ โรงแรมอิงธาร รีสอร์ท จ.นครนายก โดยมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ทั่วประเทศเข้าร่วมการอบรม จำนวน 387 คน

          เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวตอนหนึ่งว่า อยากให้ผู้บริหารการศึกษาทุกท่านได้นำ 8 ข้อคิดในการบริหารงานไปประยุกต์ใช้ที่เขตพื้นที่การศึกษาของท่าน ซึ่งประกอบไปด้วย 1. บริหารการศึกษาโดยยึดประโยชน์ของผู้เรียนเป็นที่ตั้ง ค้นหาวิธีการที่จะทำให้เด็กเกิดการพัฒนาบริหารจัดการให้ลงไปถึงโรงเรียนและผู้เรียน 2. ต้องมีทักษะทางวิชาการเพียงพอที่จะเป็นผู้นำในการนำหลักสูตรหรือออกแบบการจัดการเรียนการสอนไปสู่คุณภาพของผู้เรียน 3. พัฒนาคนโดยดึงเขาไปสู่หน้างาน เรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วม ลดกระบวนการจัดอบรมในห้องประชุมให้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง 4. ผู้บริหารต้องเป็น mentor coaching ที่ต้องสามารถลงไปทำงานกับครู ให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษาร่วมแก้ปัญหากับครู 5. ทำงานอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนกระบวนการ ต้องเป็นนักวิเคราะห์เชิงระบบให้ได้ 6. กล้านำนวัตกรรม วิธีคิด องค์ความรู้ใหม่ ๆ ไปใช้ในการทำงาน 7. ต้องมีกระบวนการในการระดมทรัพยากร สร้างพันธมิตรและเครือข่ายในการทำงาน ดึงเอาศักยภาพของคนจากหลาย ๆ ภาคส่วนเข้ามาช่วยกันพัฒนา และ 8. การสร้างภาวะผู้นำร่วมในการทำงาน ผู้บริหารต้องสามารถสร้างกระบวนการทำงานให้เกิดภาวะผู้นำร่วมในทีม ดึงเอาศักยภาพของทุกคนมาร่วมกันทำงานให้ประสบความสำเร็จและเกิดความภาคภูมิใจร่วมกัน

          “ทุกท่านอยู่ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำคัญของการศึกษาประเทศไทย ซึ่งมีทั้งปัจจัย แนวโน้ม ตัวเร่งปฏิกิริยาต่าง ๆ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราจะต้องรับผิดชอบการจัดการศึกษาของประเทศ เพราะเรามีพันธกิจร่วมกันในการที่จะสร้างคน ซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญของประเทศให้มีคุณภาพและสามารถอยู่ในสังคมโลกได้ด้วยความภาคภูมิใจ” เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าว

          การอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการพัฒนาผู้บริหารการศึกษา สพฐ. OBEC ONE TEAM จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 17 กุมภาพันธ์ 2567 โดยกำหนดการพัฒนา 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การเสริมสร้างสมรรถนะของผู้บริหารการศึกษา (Competency) ระยะที่ 2 เป็นการเรียนรู้ตามสภาพจริง (Authentic Learning) และระยะที่ 3 การจัดทำและนําเสนอแผนกลยุทธ์การพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้บริหาร ผ่านการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้ารับการพัฒนาสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรมไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามบริบทของตนเอง และมีอุดมการณ์ วิสัยทัศน์ บุคลิกภาพ และความเป็นผู้นำสำหรับตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารสูงสุด อันจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในทุกมิติต่อไป

          ในการนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายพร้อมพบปะและให้กำลังใจ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการอบรมดังกล่าวด้วย           

03

02

04   05

06   07

08   09

10   11

13.jpg   12

18

17

16

20

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 1416

การประชุมสัมมนาเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจการเบิกจ่ายงบประมาณสำนักงาน ก.ค.ศ.

01

                  วันที่ 29 มกราคม 2567 ดร.พิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนักงาน ก.ค.ศ. ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ (ห้องประชุม 1 ชั้น 7) สำนักงาน ก.ค.ศ. โดยการประชุมในครั้งนี้เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การเดินทางไปราชการทั้งในและนอกราชอาณาจักร และแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อให้ข้าราชการและบุคลากรสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ทำหน้าที่ในการเบิกจ่ายงบประมาณต่าง ๆ สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเข้าใจ ถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ในการดำเนินการเบิกจ่ายในภาพรวมของสำนักงาน ก.ค.ศ. ต่อไป โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่าง ๆ ในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากนางนงลักษณ์ คิดควร ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ นางสาวพิรุณ พวงเพชร หัวหน้ากลุ่มบริหารการคลังและสินทรัพย์ นางสาวมาลี ครุฑบุตร และนางสาวชฎากร  สีโลหะ เจ้าหน้าที่กลุ่มบริหารการคลังและสินทรัพย์ ในการเป็นวิทยากรให้ความรู้ โดยมีบุคลากรสำนักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมการสัมมนาฯ รวมทั้งสิ้น 62 คน

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

26

IMG 0998

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

 

  • ฮิต: 391

เสมา 1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดระนอง ชุมพร เน้นย้ำนโยบายเรียนดี มีความสุข

 LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 9

           วันที่ 22 มกราคม 2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในจังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 โดยในช่วงเช้าได้ตรวจเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลปะทิว อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร และโรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร จากนั้นช่วงบ่ายได้ตรวจเยี่ยม สกร.อำเภอกระบุรี โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 97 และวิทยาลัยเทคนิคระนอง จังหวัดระนอง

           การลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมสถานศึกษาต่าง ๆ ในครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารและคณะครูจัดการเรียนการสอนและบริหารจัดการสถานศึกษาโดยยึดผลลัพธ์ผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาทักษะของผู้เรียนให้เป็นไปตามบริบทของสังคมในยุคปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเรียนดี มีความสุข นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน โดยได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานตำรวจในพื้นที่ให้ช่วยดูแลสอดส่องความปลอดภัยของสถานศึกษาและยังได้กล่าวถึงการดำเนินการย้ายสับเปลี่ยนให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาใน จังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพรได้รับทราบ ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดทำระบบจับคู่ครูคืนถิ่น Teacher Matching System : TMS เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการย้ายให้ครูที่มีความประสงค์จะย้ายกลับภูมิลำเนา ตอบนโยบายครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น และได้ฝากให้ทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนาและจัดการศึกษาให้มีความเท่าเทียม เสมอภาค ใช้ทรัพยากรในพื้นที่เพื่อจัดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ให้กับเด็ก โดยบูรณาการการทำงานและใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างโรงเรียนขนาดเล็ก กลาง และขนาดใหญ่ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ สร้างเด็กเก่ง เด็กดี และมีคุณธรรม ในการนี้ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ ในครั้งนี้ด้วย

โรงเรียนอนุบาลปะทิว

LINE ALBUM อนุบาลปะทิว 240122 13

LINE ALBUM อนุบาลปะทิว 240122 11

LINE ALBUM อนุบาลปะทิว 240122 12

LINE ALBUM อนุบาลปะทิว 240122 14

LINE ALBUM อนุบาลปะทิว 240122 3

LINE ALBUM อนุบาลปะทิว 240122 4

LINE ALBUM อนุบาลปะทิว 240122 6

LINE ALBUM อนุบาลปะทิว 240122 7

โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา 

LINE ALBUM สอาดเผดิม 240122 9

LINE ALBUM สอาดเผดิม 240122 8

LINE ALBUM สอาดเผดิม 240122 10

LINE ALBUM สอาดเผดิม 240122 1

LINE ALBUM สอาดเผดิม 240122 7

LINE ALBUM สอาดเผดิม 240122 2

LINE ALBUM สอาดเผดิม 240122 3

LINE ALBUM สอาดเผดิม 240122 4

LINE ALBUM สอาดเผดิม 240122 6

LINE ALBUM สอาดเผดิม 240122 5

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอกระบุรี

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 9

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 1

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 3

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 2

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 4

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 7

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 8

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 14

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 10

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 11

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 6

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 12

LINE ALBUM สกร กระบุรี 240122 5

 

โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 97 (โรงเรียนบ้านบางบอน)

LINE ALBUM ไทยรัฐวิทยา 97 240122 4

LINE ALBUM ไทยรัฐวิทยา 97 240122 2

LINE ALBUM ไทยรัฐวิทยา 97 240122 3

LINE ALBUM ไทยรัฐวิทยา 97 240122 6

LINE ALBUM ไทยรัฐวิทยา 97 240122 5

LINE ALBUM ไทยรัฐวิทยา 97 240122 1

วิทยาลัยเทคนิคระนอง

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 11

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 10

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 4

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 5

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 6

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 9

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 7

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 3

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 1

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 2

LINE ALBUM วิทยาลัยเทคนิคระนอง 240122 8

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

 

 

 

  • ฮิต: 731

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2567

01

             ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  ครั้งที่ 1/2567 วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2567 โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุมซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

1. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับเงินประจำตำแหน่งของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ที่มีประสบการณ์ ทักษะ และสมรรถนะ สำหรับตำแหน่งในสายงานที่ ก.ค.ศ. กำหนด ให้มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง

      ตามที่ ก.ค.ศ. มีมติให้นำหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับเงินประจำตำแหน่งสำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ และระดับทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์ ทักษะและสมรรถนะ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 18 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551 มาใช้บังคับกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) โดยอนุโลม ตาม ว 4/2552 นั้น
      ต่อมา ก.พ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับเงินประจำตำแหน่งสำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ และระดับทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ ทักษะ และสมรรถนะ สำหรับตำแหน่งในสายงานที่ ก.พ. กำหนด ให้มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 6 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2565 มาใช้กับข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งมีบางประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับบริบทและกลไกการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2)
      ดังนั้น ก.ค.ศ. จึงได้พิจารณาแล้วเห็นว่า มีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับเงินประจำตำแหน่งของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ ที่มีประสบการณ์ ทักษะ และสมรรถนะ สำหรับตำแหน่งในสายงานที่ ก.ค.ศ. กำหนด ให้มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง เพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของกฎหมาย และกลไกการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) และเพื่อให้มีความสอดคล้องกับระบบการกำหนดตำแหน่งในปัจจุบัน มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ และหน่วยงานการศึกษาหรือส่วนราชการสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าว
มีรายละเอียด ดังนี้

  1. เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ประเภท วิชาการ ระดับชำนาญการ ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ และตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ที่ผ่านการประเมินบุคคล และผลงาน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ กำหนดและได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ
  2. ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง เมื่อผ่านการประเมินและได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ระดับชำนาญการแล้ว ตามข้อ 1
  3. ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ และตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ก่อนวันที่หลักเกณฑ์นี้ประกาศใช้ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ประกาศใช้

2. เห็นชอบ (ร่าง) การจัดกลุ่มตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)

        เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) รวมทั้งสอดคล้องกับบริบทของกฎหมายและหลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงลักษณะงาน และหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งที่เกี่ยวข้องและประโยชน์ที่ทางราชการได้รับเป็นสำคัญ และเพื่อเป็นแนวทางประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 53 โดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ในการย้าย ย้ายสับเปลี่ยน โอน หรือการบรรจุกลับของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ในกลุ่มตำแหน่งเดียวกัน โดยไม่ต้องมีการประเมินบุคคลและผลงานและการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในตำแหน่งประเภทวิชาการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด

3. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

         ตามที่ ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 12/2566 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ได้มีมติเห็นชอบหลักการและกรอบแนวคิดในการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้สำนักงาน ก.ค.ศ. เป็นผู้จัดทำระบบการย้ายทางอิเล็กทรอนิกส์ และให้นำความเห็นของที่ประชุมไปประกอบการพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้ดำเนินการพัฒนาหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าว เพื่อให้การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ สถานศึกษามีอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ที่เหมาะสม ข้าราชการครูมีขวัญกำลังใจในการจัดการเรียนการสอนอันจะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการจัดการศึกษา ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรองรับการดำเนินการย้ายผ่านระบบย้ายข้าราชการครู (Teacher Rotation System : TRS) ซึ่งเป็นระบบการย้ายผู้ดำรงตำแหน่งครูให้ดำรงตำแหน่งเดิมในสถานศึกษา สังกัดส่วนราชการเดิม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการส่งผ่าน จัดการและประมวลผลข้อมูล เพื่อใช้ในการพิจารณาย้าย ผู้ดำรงตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ การย้ายทุกกรณีต้องยื่นคำร้องขอย้ายผ่านระบบ TRS เท่านั้น โดยสถานศึกษาที่รับย้ายต้องมีอัตรากำลังสายงานการสอนในภาพรวมไม่เกินเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด และเป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงื่อนไขในการใช้ตำแหน่ง สำหรับกรณีการย้ายผู้ดำรงตำแหน่งครู แบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่

        กรณีที่ 1 การย้ายกรณีปกติ คือ การย้ายตามคำร้องขอย้าย เพื่อกลับภูมิลำเนา หรือเพื่อดูแล บิดา มารดา ผู้อุปการะเลี้ยงดู หรือเพื่ออยู่รวมกับคู่สมรส หรือการย้ายสับเปลี่ยน หรือการย้ายด้วยเหตุผลอื่น 

        กรณีที่ 2 การย้ายกรณีพิเศษ คือ การย้ายตามคำร้องขอย้าย เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือถูกคุกคามต่อชีวิต หรือเพื่อดูแลบิดา มารดา ผู้อุปการะเลี้ยงดู คู่สมรส บุตร ซึ่งเจ็บป่วยร้ายแรง หรือทุพพลภาพ หรือเพื่อติดตามคู่สมรส

        กรณีที่ 3 การย้ายกรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ คือ การย้ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือการย้ายเพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการในสถานศึกษา หรือการย้ายเพื่อเกลี่ยอัตรากำลังของสถานศึกษา
        ทั้งนี้ การดำเนินการย้ายตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ เรื่อง ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น โดยให้ครูโยกย้ายกลับภูมิลำเนาด้วยความโปร่งใส ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง

4. เห็นชอบ การกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกฯ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 16/2557 และ ว 17/2557 สำหรับสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ

       เพื่อให้สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษสามารถคัดเลือกผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการดูแลนักเรียนที่มีคุณลักษณะพิเศษ ตรงตามความต้องการจำเป็นพิเศษของสถานศึกษาและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการที่จะได้ผู้ที่มีความสามารถ มีศักยภาพ และประสบการณ์ในการสอน อันจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทั้งในด้านวิชาการและทักษะการดำรงชีวิต และคุณภาพการศึกษา จึงกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกฯ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 16/2557 และ ว 17/2557 สำหรับสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ว่า “ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง หรือเคยดำรงตำแหน่งพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ครูสอนศาสนาอิสลามหรือวิทยากรอิสลามศึกษาตามประกาศแนวการดำเนินงานและการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในสถานศึกษาตามที่ส่วนราชการกำหนด พนักงานจ้างเหมาบริการ ครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราว จากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของสถานศึกษา และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานตามคุณลักษณะงานของผู้สอนตามรูปแบบการให้การศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ โดยมีภาระงานการสอนตามที่ส่วนราชการกำหนด ตามคำสั่งหรือสัญญาจ้างอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันรับสมัครคัดเลือกวันสุดท้าย”

5. อนุมัติให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ใช้กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เดิม) ไปพลาง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งผู้ผ่านการคัดเลือกตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. 2566 เข้ารับราชการเป็นครูผู้ช่วย จำนวน 5 อัตรา
      เพื่อให้การบรรจุและแต่งตั้งผู้ผ่านการคัดเลือกฯ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีและที่ประชุมกระทรวงศึกษาธิการ และไม่เป็นการกระทบสิทธิประโยชน์ ความก้าวหน้า ที่พึงจะได้รับจากการบรรจุและแต่งตั้งฯ ของผู้ผ่านการคัดเลือกตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ประจำปีการศึกษา 2566 รวมถึงเพื่อให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้สามารถมีครูเพื่อปฏิบัติหน้าที่ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ภูมิลำเนา ของผู้สำเร็จการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง โดยอัตราดังกล่าว รวมอยู่ในจำนวน 4,598 อัตรา ตามมติ ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 10/2566 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 ที่อนุมัติให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ใช้กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตำแหน่งครู ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ และตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ตามที่ ก.ค.ศ. อนุมัติให้สำนักงาน กศน. (เดิม) ไปพลางก่อน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินวิทยฐานะ และประโยชน์ตอบแทนอื่นไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับอยู่เดิมจนกว่าจะมีประกาศกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ

6. เห็นชอบ แต่งตั้งประธานอนุกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 1 เขต แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากมีผู้ลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่ง

 

001

02

ก.ค.ศ. 1 2567 2

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

 

 

 กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 13770

การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงาน ก.ค.ศ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

IMG 5689

          วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 รศ.ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงาน ก.ค.ศ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพมหานคร

          กระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานภาครัฐ พ.ศ. 2561 เพื่อให้หน่วยงานของรัฐได้มีการตรวจสอบภายใน การควบคุมภายใน และการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด และรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงาน ก.ค.ศ. ต่อสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จึงต้องดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงาน ก.ค.ศ. ให้เป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานภาครัฐ พ.ศ. 2561

          การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2566 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สำนักงาน ก.ค.ศ. มีการควบคุมภายในที่เป็นมาตรฐาน เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานภาครัฐ พ.ศ. 2561 ของกระทรวงการคลัง และมีรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงาน ก.ค.ศ. จัดส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการทันตามกำหนดเวลา โดยได้รับเกียรติจาก คุณมณีโชค ตติยไตรรงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมภายใน เป็นวิทยากรให้ความรู้และนำฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมการประชุมรวมทั้งสิ้น 41 คน

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

IMG 5820

IMG 5824

22

21

24

23

25

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 340

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กทม. 10300

Ribbon