logo
Thai ไทย (ภาษาไทย)TH
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

การประชุมสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำ (ร่าง) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการนำระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปใช้ในการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา

01

          วันที่ 2 เมษายน 2567 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำ (ร่าง) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการนำระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปใช้ในการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา ณ โรงแรมนูโว ซิตี กรุงเทพมหานคร

          สืบเนื่องจาก สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการจัดทำระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (School Capacity System) หรือ “ระบบ SCS” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการประมวลผลจำนวนอัตรากำลังตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ ว 23/2563 และกำหนดครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาเอก ว 29/2565 ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด สำหรับใช้ในการวางแผนและบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ เหมาะสมกับภาระงานตามสภาพบริบทของพื้นที่ สามารถตอบโจทย์สมรรถนะทางการศึกษา ทั้งด้านการบริหารสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 รวมทั้งช่วยยกระดับโรงเรียนขนาดเล็กให้สูงขึ้น เชื่อมโยงไปสู่การผลิตครูในอนาคต อันจะเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศให้สูงขึ้นตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา สามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและยุทธศาสตร์ชาติต่อไป

          การประชุมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-3 เมษายน 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำ (ร่าง) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการนำระบบการบริหารอัตรากำลังฯ ไปใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงานในการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา เนื่องด้วยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้พัฒนาระบบการบริหารอัตรากำลังฯ โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นปัจจัยสำคัญในการคำนวณอัตรากำลัง จากระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HRMS.OBEC) และระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (DMC) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และจากระบบ DPA ของสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อให้ส่วนราชการสามารถนำรายงานผลสภาพอัตรากำลังจากระบบ SCS ไปดำเนินการบริหารงานบุคคลต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบไปด้วยที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 42 คน ร่วมกันพิจารณาและให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่หลากหลาย และครอบคลุมประเด็นสำคัญต่าง ๆ โดยจะได้นำไปใช้ประกอบการจัดทำ (ร่าง) แนวปฏิบัติฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องต่อไป

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15ิ   16

17   18

21   19

20   22

23   24

25   26

27   29

28   30

31   34

33

32

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 375

วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 132 ปี

16

      วันที่ 1 เมษายน 2567 กระทรวงศึกษาธิการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 132 ปี โดยมีพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญ วรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งพิธีในช่วงเช้าได้เริ่มตั้งแต่เวลา 07.09 น. ประกอบด้วย การเจริญพระพุทธมนต์ พิธีบังสุกลอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการที่ล่วงลับไปแล้ว การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 133 รูป ตามลำดับ ในการนี้คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และภายหลังจากพิธีทำบุญตักบาตร คณะผู้บริหารได้ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์ประจำกระทรวงศึกษาธิการ และร่วมพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6

      จากนั้นเวลา 10.00 น. ได้จัดให้มีพิธีมอบเข็ม เสมาคุณูปการ และประกาศเกียรติคุณบัตรให้กับผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ พิธีมอบเข็ม “กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2567” แก่ครูผู้เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง และพิธีมอบเข็ม เชิดชูเกียรติ และประกาศเกียรติบัตรให้กับข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2566 ณ บริเวณหอประชุมคุรุสภา ในการนี้ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ร่วมพิธีดังกล่าว และร่วมแสดงความยินดีกับผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เสนอรายชื่อเข้ารับรางวัลในครั้งนี้ จำนวน 4 ราย ได้แก่ ดร.ปราโมทย์ แสนกล้า อดีตรองเลขาธิการ ก.ค.ศ. ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพด้านการจัดการเรียนการสอนให้แก่คุณครูทุกสังกัดทั้งภาครัฐและเอกชนจากทั่วประเทศ รศ.ดร.พนารัช ปรีดากรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ ในคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู  และ ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ประธานอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถามศึกษาสมุทรสาคร และมีข้าราชการของสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นข้าราชการพลเรื่อนดีเด่น จำนวน 1 ราย คือ นายฉัตรกุล รุ่นประพันธ์ ผู้อำนวยการภารกิจระบบตำแหน่งและวิทยฐานะที่ 2

01

02

03

04

05

06

08

09

009

10

11

12

13

14

016

15

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

1A955275 5EE1 4D3A B752 8190B9D6D691

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44

01

02

03

04

05

06

07

08

10

11

12

13

14

15

16

17

118

18

19

IMG 5841

IMG 5820

IMG 5824

IMG 5828

S 44171327 0

20

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 1218

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2567

01

        ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2567 วันพุธที่ 27 มีนาคม 2567 โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

1.เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้มีผลงานการสร้างและพัฒนานวัตกรรม เลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิศษ วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ โดยกำหนดเพิ่มเติมเป็นหมวด 7 และหมวด 8 ในหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู (ว 9/2564)
      โดยการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ผู้มีผลงานการสร้างและพัฒนานวัตกรรม ตาม (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ เป็นการประเมินเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างคุณค่าต่อการพัฒนาการศึกษา ชุมชน สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ และมีเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพครู โดยสามารถนำนวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนามาใช้เป็นผลงานในการขอเลื่อนวิทยฐานะได้ ทำให้การประเมินวิทยฐานะข้าราชการครูสอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานจริงและบริบทการจัดการศึกษาที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นเป็นการสนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประดิษฐ์ คิดค้น สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ได้พัฒนาทักษะการเป็นนวัตกร ซึ่งครูที่มีผลงานในการสร้างนวัตกรรม ต้องสาธิตการนำนวัตกรรมไปใช้ในการจัดการเรียนรู้หรือการพัฒนาผู้เรียน ให้สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ จึงเป็นการประเมินวิทยฐานะที่มุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ และยังถือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการครูที่มีความถนัดในการสร้างและพัฒนานวัตกรรม ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ในการสร้างคุณค่าต่อการพัฒนาการศึกษา ชุมชน สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ซึ่งการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้ เป็นการใช้รูปแบบการประเมินภายใต้ Platform ระบบ DPA ทำให้กระบวนการประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน
      นอกจากนี้ได้เพิ่มเติมการกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับการมีวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับการประเมินว่า ต้องไม่ถูกลงโทษทางวินัย และไม่เคยถูกวินิจฉัยชี้ขาดทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ขึ้นไป หรือไม่เคย ถูกลงโทษทางจริยธรรม หากปีใดข้าราชการครูถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกวินิจฉัยชี้ขาดทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ขึ้นไป หรือถูกลงโทษทางจริยธรรม ไม่ให้นำระยะเวลาในปีนั้นมาใช้เป็นคุณสมบัติตามข้อนี้
       ทั้งนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 9/2564 ให้มีผลใช้บังคับใช้  ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป เนื่องจากต้องมีการพัฒนาระบบ DPA เพื่อรองรับการเพิ่มห้องเรียนการสร้างและพัฒนานวัตกรรม การกำหนดรูปแบบไฟล์วีดิทัศน์ประกอบการขอเลื่อนวิทยฐานะ รวมทั้งเพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ศึกษาข้อมูลและมีเวลาเตรียมข้อมูลหลักฐานประกอบการยื่นคำขอสำหรับการกำหนดวิธีการดำเนินการของหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในเบื้องต้นเห็นควรกำหนดชื่อหน่วยงานเช่นเดียวกันกับ (ร่าง) โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้เผยแพร่ในเว็บไซต์เป็นทางการ ไปพลางก่อน หากกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณากำหนดกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการเรียนรู้เป็นประการใดแล้ว จะได้กำหนดรายละเอียดให้เป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดต่อไป

2. การปรับอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง และการปรับเงินเดือนชดเชย ผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรองของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
      
เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการปรับเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับอัตราเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สามารถดำเนินการได้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ที่ประชุมก.ค.ศ. จึงมีมติเห็นชอบ

      1) (ร่าง) การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และ (ร่าง) บัญชีอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง เพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  

      2) (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดอัตราเงินเดือนและจำนวนเงินที่ได้ปรับ ตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง (การปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุใหม่) และ (ร่าง) บัญชีอัตราเงินเดือนและจำนวนเงินที่ได้ปรับตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง
       โดยการดำเนินการดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 และวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 สำหรับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุทุกคุณวุฒิ จะทยอยปรับเพิ่มปีละ 10% ในปี 2567 และ 2568 และภายใน 2 ปีผู้ที่บรรจุด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีจะได้รับเงินเดือนไม่น้อยกว่า 18,000 บาท และปรับคุณวุฒิอื่น ๆ ให้สอดคล้อง และจะปรับอัตราเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุใหม่ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2 ครั้ง พร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ โดยปรับชดเชยเงินเดือนข้าราชการที่เข้ารับราชการก่อนวันที่อัตราเงินเดือนแรกบรรจุที่กำหนดใหม่มีผลใช้บังคับและมีฐานเงินเดือนต่ำกว่าอัตราเงินเดือนแรกบรรจุที่กำหนดใหม่
      สำหรับการเปิดเผยตัวเลข สำนักงาน ก.ค.ศ. จะดำเนินการแจ้งให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ พร้อมกับการแจ้งปรับเงินเดือนข้าราชการพลเรือนของสำนักงาน ก.พ. ภายในเดือนเมษายน 2567     

3. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ จำนวน 2 ราย ได้แก่

    1. นายสมนึก วันละ วิทยาลัยเทคนิคแพร่ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
    2. นางชูศรี มังกะระ วิทยาลัยเทคนิคลำพูน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

4. เห็นชอบ การกำหนดค่าธรรมเนียมการสมัครสอบสำหรับการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
      ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เพื่อให้สถานศึกษามีครูทดแทนตำแหน่งว่างโดยเร็ว และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ ดังนั้น ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนราชการสามารถดำเนินการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ จึงเห็นชอบให้ส่วนราชการกำหนดค่าธรรมเนียมการสมัครสอบสำหรับการสรรหา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ 

  • ฮิต: 9808

การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการดำเนินงานตัวชี้วัด การประเมินศักยภาพในการดำเนินงาน (Potential Base) ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงาน ก.ค.ศ.

01

         วันที่ 28 มีนาคม 2567 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการดำเนินงานตัวชี้วัดการประเมินศักยภาพในการดำเนินงาน (Potential Base) ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงาน ก.ค.ศ. ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ (ห้องประชุม 1 ชั้น 7) สำนักงาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ

        การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นร่วมกันในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานตามตัวชี้วัดการประเมินศักยภาพในการดำเนินงาน (Potential Base) ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงาน ก.ค.ศ. ในตัวชี้วัดที่ 8 ถึงตัวชี้วัดที่ 15 จำนวน 8 ตัวชี้วัด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของสำนักงาน ก.ค.ศ. ให้เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ พ.ศ. 2562 และระบบราชการ 4.0 ตามที่ กพร. สป. กำหนด ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือในการประเมินระบบการบริหารในเชิงบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของส่วนราชการกับเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาของประเทศ ในการนี้มีผู้บริหารสำนักงาน ก.ค.ศ. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อระดมความคิดเห็นร่วมกันในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานตัวชี้วัด ทั้ง 8 ตัวชี้วัดดังกล่าว

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

IMG 5418

IMG 5419

IMG 5424

IMG 5426

IMG 5432

IMG 5452

IMG 5445

IMG 5458

IMG 5460

IMG 5464

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 532

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำคู่มือการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

1

          วันที่ 20 มีนาคม 2567 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำคู่มือการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ณ โรงแรมนูโว ซิตี กรุงเทพมหานคร

          สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้มีมติตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา รวมทั้งสิ้น 245 เขต เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนดไว้ ซึ่งภายหลังการแต่งตั้ง นั้น ก.ค.ศ. ได้มีการกำกับ ติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา โดยพบว่า มีข้อคำถามเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหลายประเด็น ประกอบกับมีการสอบถามและมีข้อหารือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในประเด็นต่าง ๆ เข้ามาเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้วางแผนในการจัดทำคู่มือการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขึ้น เพื่อให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาและใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในวันนี้ ได้เรียนเชิญตัวแทนประธานอนุกรรมการ ใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อนุกรรมการผู้แทน ก.ค.ศ. และผู้อำนวยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงผู้บริหาร ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

          ทั้งนี้ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้มอบหมายให้ที่ประชุมได้ร่วมกันสรุปปัญหาและแนวทางการแก้ไข เพื่อนำไปสู่การจัดทำแนวปฏิบัติต่าง ๆ รวบรวมเป็นคู่มือในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้การบริหารงานบุคคลฯ ทั่วประเทศ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีมาตรฐาน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดทำคู่มือฯ ดังกล่าวนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. จะจัดทำขึ้นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของสำนักงาน ก.ค.ศ. ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการบริหารงานบุคคลฯ และเป็นไปตามนโยบายของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติงานให้มีความทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ประหยัดงบประมาณ แต่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับทางราชการ

1 2

2

3

4

6

5

7

8

9

10

11

13

14

15

12

16

17

18

19

20

21

22

22 1

23

25

24

27

26

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ 

 

 

 

 

 

  • ฮิต: 1282

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กทม. 10300

Ribbon